ไม่ว่าคุณจะเลือกทางเดินใดก็ตามแต่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดสู่ความสำเร็จในชีวิตของคุณขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “ชุดความคิด (Mindset)” กระบวนการคิดของคุณนั้น ส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเลิกรับเงินเดือนแล้วออกไปผจญภัยในโลกกว้าง…โชคไม่ดีเลยที่ผู้ประกอบการมือใหม่หลายๆ คน ยังไม่เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงชุดความคิดครั้งใหญ่ที่พวกเขาต้องเตรียมพร้อมรับมือ ถ้าไม่อย่างนั้นธุรกิจของคุณคงไปไม่รอดแน่ๆ

 

detail 1
   1. คุณต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทั้งหมด ทั้งดีและร้าย
ผู้ประกอบการนั้น มีโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการจะเริ่มสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งเป็นโอกาสที่ลูกจ้างธรรมดาอาจไม่ได้รับ อย่างไรก็ดี มันมาพร้อมกับการตัดสินใจใหญ่ๆ อีกมากมาย คุณต้องทำอะไร? ทำตอนไหน? และทำอย่างไร? คุณไม่สามารถนั่งรออยู่เฉยๆ ให้อะไรต่ออะไรเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติได้ คุณไม่สามารถนั่งรอคำสั่งจากคนอื่นได้ มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า โอกาสทองนั้นมาไม่บ่อยและคอยไม่นาน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสร้างความกระตือรือร้นให้กับตัวเอง เพื่อจะรีบออกไปทำเป้าหมายให้สำเร็จ

 

detail 2
     2. คุณจะต้องมองสั้นและมองยาวไปพร้อมๆ กัน
ถ้าคุณทำงานให้กับคนอื่น ความรับผิดชอบหลักของคุณ คือการทำให้แน่ใจว่า งานต่างๆ นั้นเสร็จถูกต้องตามเวลา แต่ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ คุณต้องมองไปไกลกว่านั้นมากๆ คุณต้องนั่งคิดว่า จะเจออุปสรรคอะไรบ้างไหม? จะมีโอกาสอะไรหลบซ่อนอยู่ระหว่างทางไหม? ในขณะที่ทุกการตัดสินใจของคุณนั้น ขึ้นอยู่บนความไม่แน่นอนตลอดเวลา…จำไว้เสมอว่า สิ่งที่คุณทำหรือไม่ทำวันนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจของคุณในอีก 3 เดือน และในอีก 5 ปี

 

detail 3
   3. ความไม่ Comfort นี่แหละ คือ Comfort Zone ของคุณ
ในฐานะลูกจ้าง คุณคงคุ้นชินกับการ “คิดในกรอบ” มากกว่าข้างนอกกรอบ แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้ว มันไม่มีกรอบ ถ้าคุณมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ลองทดสอบไอเดียของคุณดู ลองเสี่ยงกับมันดู ฟังดูง่าย แต่มันต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก คุณอาจจะต้องหนังหนาอยู่ซักหน่อย และคุณต้องยอมรับความผิดหวังได้ในระดับหนึ่งเลย

 

detail 4
   4. การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น
ตอนที่คุณเป็นลูกจ้าง คุณมีรายละเอียดงานชัดเจน มีหน้าที่ขอบข่ายความรับผิดชอบ
เมื่อคุณก้าวข้ามมาเป็นผู้ประกอบการนั้น คุณจะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา นอกเสียจากคุณมีเงินทุนหนามากพอจะจ้างคนมาทำในสิ่งที่คุณไม่อยากทำหรือทำไม่เป็นได้ นี่เป็นได้ตั้งแต่การเรียนรู้ที่จะทำบัญชีใน Excel การหาผู้ร่วมลงทุนใหม่ๆ การทำการตลาด การพรีเซนต์ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คุณไม่คุ้นเคย สิ่งที่ต้องทำ คือสิ่งที่ต้องทำ ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีบ่ายเบี่ยง

 

detail 5
   5. ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร
ลูกจ้างอาจจะไม่ต้องรู้รายละเอียดตัวเลขอะไรเยอะมากนัก แต่ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการแล้วล่ะก็ คุณควรจะตกหลุมรักตัวเลขโดยด่วน! เพราะกระแสเงินสดของคุณ คือสิ่งที่จะบอกว่า คุณจะอยู่ในธุรกิจได้อีกนานแค่ไหน? ยอดขาย ต้นทุน กำไร ขาดทุน คือสิ่งที่จะกำหนดว่า คุณมีไลฟ์สไตล์ที่อู้ฟู่หรูหรา หรือจะเต็มไปด้วยค่ำคืนที่นอนไม่หลับ หากคุณไม่รู้ตัวเลขของบริษัทคุณอย่างถ่องแท้ เตรียมพร้อมสำหรับการเอาหัวโหม่งโลกได้เลย

 

detail 6
   6. รักธุรกิจของคุณ แต่จงมีเหตุผล
บางทีลูกจ้างก็หวานอมขมกลืน ยอมทนทำงานที่เขาไม่ชอบเพื่อแลกกับเงินเดือน แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้ว คุณจะต้องรักมันจากใจจริง เพราะคุณจำเป็นต้องทุ่มแรงกายแรงใจให้มันอย่างเต็มที่ แต่ระวังอย่าตกลงไปในหลุมพรางของการเป็นเจ้าของ ด้วยการทำตัวเป็น “ลูกจ้างในบริษัทของตัวเอง”…คุณไม่ได้ทำงานให้บริษัทของคุณอยู่ คุณกำลังสร้างบริษัทของคุณต่างหาก

 

detail 7
   7. แหกกฎให้เก่ง
ตอนคุณเป็นลูกจ้าง การแหกกฎอาจหมายถึง การโดนไล่ออก แต่ผู้ประกอบการนั้นไม่ควรสนใจในสถานภาพปัจจุบัน (status quo) มากจนเกินไปนัก พวกเขาควรจะหาวิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ นั่นหมายถึง คุณควรมองภาพใหญ่อยู่เสมอ ลองดูว่าไอเดียใหม่ๆ อะไรที่คุณสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้

 

detail 8
   8. เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง
ลูกจ้างนั้นมีตารางเวลาที่ชัดเจน ตื่นเวลานี้ ไปทำงานเวลานี้ แต่ชีวิตของผู้ประกอบการนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้คุณไม่ต้องตอกบัตรหรือนั่งติดโต๊ะ แต่สมองของคุณก็จะวนเวียนคิดถึงธุรกิจของคุณอยู่ตลอดเวลา มันไม่มีการพักเบรก ไม่มีการขอเวลานอก คุณจะต้องหายใจเข้าหายใจออกเป็นธุรกิจของคุณ

 

detail 9
   9. เริ่มซะตั้งแต่ตอนนี้
คนส่วนมากคิดว่า เราสามารถผันตัวจากลูกจ้างไปเป็นผู้ประกอบการได้ในทันที ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิด มันต้องใช้เวลาในการที่คุณจะเปลี่ยนชุดความคิดของคุณให้กลายเป็นผู้ประกอบการ ดังนั้นเริ่มมันซะตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่ตอนที่คุณยังเป็นลูกจ้างอยู่ คุณอาจเริ่มธุรกิจส่วนตัวควบคู่ไปด้วยกัน นี่จะเปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ รวมไปถึงสั่งสมประสบการณ์ที่จำเป็น ในขณะที่คุณยังมีท่อน้ำเลี้ยงจากเงินเดือนของคุณอยู่ ใช้ประโยชน์จากมันซะ เพราะวันหนึ่งคุณจะต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้ออกเพื่อไปสร้างธุรกิจของคุณอย่างเต็มตัว

 

สรุปแล้ว… “ลูกจ้างที่สร้างความสำเร็จให้กับคนอื่น” หรือ “ผู้ประกอบการที่สร้างความสำเร็จให้ตัวเอง” ทางเลือกเป็นของคุณ

Related Post :
Share It!