ยุคนี้เป็นยุคแห่ง Superstar CEO คุณคุ้นเคยกับชื่อเหล่านี้เป็นอย่างดี Mark Zuckerberg ผู้ให้กำเนิด Facebook, Larry Page และ Sergey Brin สองผู้ร่วมก่อตั้ง Google, Elon Musk แห่ง Tesla หรือ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Steve Jobs ศาสดาของ Entrepreneur รุ่นใหม่ ผู้ปลุกให้คนทั่วโลกหันขึ้นมาทำ Start-Up ของตัวเอง แต่อาจไม่คุ้นหูกับชื่อของ Sundar Pichai เท่าไหร่นัก… Sundar Pichai เด็กหนุ่มจากครอบครัวยากจนในอินเดีย ผู้ใช้เวลาเพียง 11 ปี ไต่เต้าจากตำแหน่งผู้จัดการเล็กๆ ขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ของ Google หนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท วันแรกที่ Sundar Pichai ก้าวขึ้นมาเป็น CEO นั้น ราคาหุ้นของ Google อยู่ที่ $628 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ $1,090

 

อะไรที่ทำให้ Sundar Pichai แตกต่างจาก Superstar CEO คนอื่นๆ?

หนังสือหลายสิบเล่มที่ถูกเขียนโดยบรรดาลูกน้องเก่าที่เคยร่วมงานกับเหล่า Superstar CEO ต่างบอกไปในทิศทางเดียวกันว่า การทำงานร่วมกับ CEO อัจฉริยะเหล่านี้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย Steve Jobs หรือ Elon Musk ความเก่งและอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา มาพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาล อดีตพนักงานของ Elon Musk เปรียบเทียบการทำงานกับ Tesla เสมือนคุณอยู่ในหน่วยรบพิเศษ “งานของเราคือ การทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนธรรมดาให้สำเร็จ” ในขณะที่อีกคนที่เคยทำงานกับ SpaceX กล่าวไว้ว่า “คุณไม่สามารถพามนุษยชาติไปเหยียบดาวอังคารได้ด้วยพวกหัวอ่อนหรอก”…อัจฉริยะเหล่านี้ มาพร้อมแนวคิดอันยิ่งใหญ่ เพราะพวกเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นเหล่าพนักงานหลายๆ คนที่ทนต่อแรงกดดันมหาศาลนี้ไม่ไหว และต้องลาออกในที่สุด Sundar Pichai นอกจากจะเป็นวิศวกรที่เก่งระดับหัวกะทิแล้ว สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเขาก็คือ ความเป็นนักประนีประนอมชั้นเลิศ ถึงขนาดที่ว่า Caesar Sengupta รองประธานบริหารระดับสูง ของ Google ที่มีโอกาสได้ทำงานกับ Pichai ถึง 8 ปีกล่าวว่า “ผมท้าให้คุณหาใครซักคนใน Google ที่ไม่ชอบหน้า Sundar Pichai รับรองเลยว่า คุณหาไม่เจอ” ในบริษัทอย่าง Google ที่เต็มไปด้วยคนที่เก่งที่สุดของโลกและอีโก้ที่พุ่งทะลุเพดาน Sundar Pichai ได้กลายเป็น Mr. Nice Guy ที่สามารถดึงทุกคนมาร่วมทำงานกันภายใต้เป้าหมายเดียว และทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น อาจจะเป็นวิธีที่ถนอมน้ำใจเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์ของคนที่เคยร่วมงานกับ Steve Jobs, Elon Musk หรือ Jeff Bezos ความสุภาพนอบน้อมของเขาทำให้ทุกคนรัก เคารพ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อเขา ซึ่ง Sundar Pichai เคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ในฐานะผู้นำนั้น หน้าที่ของผมก็คือ การทำให้คนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ มันไม่เกี่ยวกับความสำเร็จส่วนตัวของผม แต่เป็นการพยายามหาคนเก่งๆ มาทำงานให้ และเปิดทางให้เขาสามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยที่ผมคอยขจัดอุปสรรคระหว่างทางให้ นั่นเป็นโฟกัสของผมมาเสมอ ผมให้ความสำคัญกับเรื่อง teamwork มากๆ ผมอยากสร้างวัฒนธรรมบริษัทที่ทุกคนอยากจะมาช่วยกันทำงาน แล้วเดี๋ยวความสำเร็จมันจะตามมาเอง” ผลลัพธ์เป็นอย่างไร? Sundar Pichai เป็นหนึ่งใน CEO ที่ได้รับคะแนนโหวตจากลูกน้องสูงที่สุดในโลก พนักงานของ Google นั้นมีแต่เรื่องดีๆ พูดถึงเขา หนึ่งในพนักงาน Google ได้โพสต์ไว้ในเว็บบอร์ดว่า “Sundar Pichai นั้นแทบจะถูกบูชาข้างใน Google…พวกวิศวกรรักเขา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ก็รักเขา พวกทีมธุรกิจก็รักเขา…เขาฉลาดเป็นกรดในการแก้ปัญหา มีวิสัยทัศน์ที่น่าตื่นเต้น และมีความสามารถในการดึงดูดคนเก่งๆ มาร่วมงานด้วย…แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ติดดินที่สุดที่คุณจะได้เจอ และถ้าคุณมีคำถามให้กับเขา ไม่ว่ามันจะดูเล็กน้อยขนาดไหน เขาก็จะใช้เวลาในการให้คำตอบที่ดีกับคุณเสมอ”

 

ตัวอย่างความประทับใจที่มีต่อ Sundar Pichai

Andrew Bonventre วิศวกรที่ Google กล่าวว่า “ตอนผมเข้ามาทำงานใหม่ที่ Google ผมเคยเข้าไปกล่าวทักทายเขาสั้นๆ แค่ไปสวัสดี เขากล่าวคำขอโทษกับผม ไม่ใช่เพราะเขายุ่งหรือติดประชุม แต่เขาขอโทษเพราะเขาไม่รู้จักชื่อของผม จากนั้นเขาก็ดึงผมเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของเขา และถามผมว่า ผมทำงานอะไรอยู่ (ตอนนั้น ผมทำเรื่องระบบรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac) และเขาก็บอกว่างานที่ผมทำนั้นสำคัญมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถเข้าไปต่อสู้กับโปรดักต์ของ Mac ได้ ผมทึ่งไปเลย เขาทำให้ผมรู้สึกว่า งานที่ผมทำอยู่เป็นงานที่สำคัญมากๆ ทั้งที่จริงแล้ว มีงานของคนอื่นอีกมากมายที่ดูยิ่งใหญ่และสำคัญกว่า โดยเฉพาะในทีมของ Sundar Pichai” อดีต Googler อีกหนึ่งคนก็กล่าวไว้ว่า “Google เป็นบริษัทใหญ่ที่มีการเมืองภายในไม่ต่างอะไรกับบริษัทใหญ่อื่นๆ และ Sundar Pichai ก็สามารถหลีกเลี่ยงการเมืองเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี และนำพาทีมของเขาสู่ความสำเร็จได้ โดยที่ไม่เหยียบเท้าใคร” Larry Page ผู้ก่อตั้ง Google มอบหมายให้ Sundar Pichai กลายเป็นเบอร์ 1 ผู้กุมอนาคตของ Google ไว้อย่างเต็มตัว ซึ่งภายใต้ความควบคุมของเขาคือ ธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่บริษัทถึง 88% Larry Page กล่าวว่า Sundar Pichai ได้กลายเป็นเหมือนมือขวาคนสนิท ที่เป็นคนช่วยทำวิสัยทัศน์ของเขาให้กลายเป็นจริง เขาเคยเขียนถึง Sundar ไว้ว่า “เป็นคนที่มีความเข้าใจทางด้านเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง มีสายตาที่เฉียบแหลมในการมองความต้องการของตลาด และมีเสน่ห์ของความเป็นผู้ประกอบการสูง นี่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและหาได้ยากมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นผู้นำในอุดมคติ” Googler มักกล่าวว่า แนวทางการบริหารของ Sundar Pichai แตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างชัดเจน เขาถ่อมตัวอย่างไม่น่าเชื่อ สนใจต่อคนรอบข้างอย่างมาก ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และสามารถหลบหลีกการเมืองในบริษัทได้อย่างสง่างาม “เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูเป็นดาวเด่น” ในบทความของ Forbes กล่าวถึงการขึ้นคุมบังเหียน Google ของ Sundar Pichai ว่า “เหมือนบทพิสูจน์ว่า Nice Guy ก็ Win ได้นะ”

 

เส้นทางสู่ CEO ของ Google

Sundar Pichai เริ่มต้นชีวิตใน Google เมื่อปี 2004 เข้ามารับหน้าที่บริหารสินค้าหลายตัวของ Google และเป็นหนึ่งในทีมงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Google Drive

แรกเริ่มเดิมที Sundar Pichai ถูกจับไปอยู่กับทีมเล็กๆ ที่กำลังพัฒนา Google’s Search Toolbar ซึ่งทำให้คนที่ใช้ Browser Internet สามารถใช้บริการการ Search ของ Google ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ต่อมาในภายหลังนั้น เขาได้ถูกโยกไปคุมการพัฒนา Apps ต่างๆ เช่น Gmail และ Google Maps

ด้วยฝีมือของเขา Google’s Toolbar ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดเวทีแสดงฝีมือที่ใหญ่ขึ้นให้กับเขา พร้อมกับได้รับการยอมรับภายใน Google ความสำเร็จของ Toolbar นี้ยังเป็นจุดเริ่มของไอเดียสุดบรรเจิดของ Sundar Pichai  นั่นก็คือการพัฒนา  Web Browser ของตัวเอง ซึ่งก็คือ Google Chrome นั่นเอง

เขาก็นำไอเดียนี้ไปเสนอกับ Larry Page ผู้ก่อตั้ง และ Eric Schmidt CEO ณ ตอนนั้น แต่ Eric Schmidt นั้นไม่ค่อยซื้อไอเดียของ Sundar Pichai เท่าไหร่ เขาคิดว่า มันจะใช้เงินเยอะจนเกินไป และไม่ได้ตอบโจทย์ของบริษัท แต่ Sundar ยืนกรานว่า ควรจะทำจริงๆ เพราะมันสามารถการันตีว่า ธุรกิจ Search ของ Google จะอยู่ยงคงกระพันไปได้อีกนาน ในที่สุด Sundar Pichai ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก หลังเขาสามารถโน้มน้าว 2 ผู้ก่อตั้ง Larry Page และ Sergey Brin ให้ไฟเขียวโปรเจกต์ Google Chrome ได้ ซึ่งพวกเขาได้มอบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จให้กับ Sundar Pichai

Sundar Pichai ทำให้มั่นใจว่า Chrome ของเขาจะต้องสมบูรณ์แบบ ด้วยการที่เขาไล่ปิดจุดด้อยของเหล่า Browsers ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในตลาด รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องเจอ ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือการทำ Browser ที่ดีที่สุดที่คนเคยเห็นออกมา และในปี 2008 Google ก็ได้เปิดตัว Browser ที่ดีที่สุดในโลกออกมา – Google Chrome!

อย่างที่เรารู้กัน Chrome ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ เรียกได้ว่า ฆ่าทั้ง Internet Explorer และ Firefox ขึ้นสู่อันดับ 1 อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 45% และนี่ยังเป็นเหมือนการเปิดประตูให้สินค้าตัวอื่นๆ เข้ามาสู่ตลาดด้วย เช่น Chrome OS, Chromebooks  และ Chromecast

ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงมากมาย Sundar Pichai กลายเป็นดาวดวงใหม่ประจำวงการอย่างรวดเร็ว และได้รับความเคารพในโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก ในปีเดียวกันนั้นเอง Sundar Pichai ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น รองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาสินค้า ถึงจุดนี้ Sundar Pichai ก็ได้กลายเป็นโฆษกตามงาน Presentation ต่างๆ ของ Google ไปโดยปริยาย

ปีต่อมา Sundar Pichai ได้เปิดตัว Chrome OS และ Chromebook ซึ่งเป็น Laptop ที่ใช้การเก็บข้อมูลต่างๆ บน Cloud แทนที่การเก็บในตัวคอมเอง จึงทำให้มีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งอย่างมาก

2 ปีต่อมา Sundar Pichai ก็ได้เลื่อนตำแหน่งอีกครั้ง โดยได้กลายเป็น รองประธานบริหารอาวุโส ของ Google Chrome และ Apps ต่างๆ นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ตำแหน่ง CEO ของ Sundar Pichai

ภายในหนึ่งปีหลังจากขึ้นสู่ตำแหน่ง รองประธานบริหารอาวุโส Sundar Pichai ก็ได้รับมอบหมายให้คุม Android ไปด้วย ซึ่ง Android เป็นระบบปฏิบัติการของ Smartphone, Smartwatch, TV, รถ และระบบการจ่ายเงินต่างๆ ด้วยความอัจฉริยะของเขา Sundar Pichai ได้สร้าง “Android One” ขึ้นมา ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ต้องการผลิต Smartphones ราคาถูกเพื่อให้ทุกครัวเรือนบนโลกสามารถเข้าถึงได้ ปัจจุบัน Android มีส่วนแบ่งถึง 65% ของตลาด Smartphone ในอเมริกาทั้งหมด

หลังจากนั้นไม่นาน Sundar Pichai ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Head of Products และกลายเป็นมือขวาของ Larry Page ผู้ก่อตั้ง Google เลยทีเดียว ตำแหน่งใหม่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงข้ามคืน ตอนนี้นอกเหนือจากที่ Sundar Pichai จะต้องบริหารงานของโปรดักต์ใหญ่ๆ ของ Google ทั้งหมด เช่น Maps, Search, Advertising เขายังต้องดูแลโปรเจกต์ที่เพิ่งคลอดใหม่ เช่น Google Photos, Google Now อีกด้วย นอกจากนี้ Sundar Pichai ยังเป็นโฆษกประจำของ Google มีหน้าที่พรีเซนต์ตามงานสำคัญต่างๆ รวมถึงเปิดตัวสินค้าอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นเหมือนมือขวาคนสนิทของ Larry Page ก็คือ ชั้นเชิงทางการทูต และความเป็นผู้ประกอบการในตัวเขา  Sundar Pichai เป็นคนที่ช่วย Larry Page โน้มน้าว Jan Koum ผู้ก่อตั้ง WhatsApp ให้ไม่ขายบริษัทให้กับ Facebook นอกจากนี้เขายังเป็นคนช่วยปิดดีล takeover ของ Nest ให้กับ Google อีกด้วย และยังเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยประนีประนอมความขัดแย้งอย่างหนักระหว่าง Google กับ Samsung จากกรณีที่ Samsung เปิดตัว Magazine UX ที่เอามาสู้กับ Google Play โดยเขาเป็นคนจัดประชุมกับ CEO ของ Samsung หลายครั้ง ทั้งที่ Las Vegas, Googleplex และอีกครั้งที่ Barcelona ซึ่งในที่สุดทั้งสองบริษัทก็ประนีประนอมต่อกันได้ ทั้งยังมีการทำข้อตกลงร่วมทางทรัพย์สินทางปัญญากันอีกด้วย

ชื่อเสียงของ Sundar Pichai นั้นไม่ได้อยู่แค่ใน Google เท่านั้น ผลงานชิ้นโบว์แดงมากมายของเขานั้น ทำให้เขาถูกทาบทามจากบริษัทคู่แข่งอื่นๆ Twitter เคยอยากได้เขาไปเป็น CEO รวมถึง Microsoft ก็อยากดึงเขาไปนั่งแท่น CEO แทน Steve Balmer ที่ลงจากตำแหน่งไปอีกด้วย

จุดนี้เองที่ Google มีการปรับโครงสร้างบริษัทขึ้น โดยแยกตัวบริษัทแม่ Alphabet ออกมาจาก Google อย่างชัดเจน และเป็นการเดินหมากเพื่อดึงตัว Sundar Pichai ไว้ให้อยู่กับ Google ต่อไปโดยการที่ Larry Page นั้นย้ายไปดู Alphabet บริษัทแม่แทน แล้วแต่งตั้ง Sundar Pichai ขึ้นเป็น CEO ของ Google อย่างเต็มตัว ซึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้กว่า 90% ให้กับ Google นั้น ณ ตอนนี้ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของ Sundar Pichai อย่างหมดจดเรียบร้อยแล้ว

คนในวงการ Tech Industry ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Sundar Pichai เป็นผู้บริหารที่เก่งรอบด้าน และยืดหยุ่นในการทำงานมาก เขามีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมในการสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และเป็นคนที่มีชั้นเชิงทางธุรกิจที่ดีเยี่ยม หลายๆ คนถึงกับบอกว่า Sundar Pichai นั้นอาจจะเก่งกว่า Larry Page ผู้ก่อตั้งเสียด้วยซ้ำ

พนักงาน Google กล่าวกันว่า Sundar Pichai เป็นนักสื่อสารที่เก่งอย่างหาตัวจับยาก เขาจะใช้เวลาในการทำให้แน่ใจว่า ทุกคนเข้าใจ mission อย่างตรงกัน และเป็นคนที่มีหน้าที่ช่วย Larry Page ในการสื่อสารกับทีมอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่า ทำไม Larry Page ถึงตีคุณค่าของ Sundar Pichai ไว้อย่างสูงลิบ

Related Post :
Share It!