เพราะรู้ดีว่า คุณค่าของความเป็นคนอยู่ที่เราต้องรู้จัก และภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของตน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดเราต่างก็มีคุณค่า
และศักดิ์ศรีอย่างเพียงพอที่จะได้รับการยอมรับ ด้วยเหตุนี้ “คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน” กรรมการผู้จัดการ Tiffany’s Show Pattaya Co., Ltd
จึงมุ่งมั่นที่จะสร้าง “ทิฟฟานี่โชว์” ให้เป็นเวทีแห่งความหวัง ที่พร้อมจะเติมเต็มความฝัน เพื่อเปลี่ยน “เขา” ให้เป็น “เธอ” และพร้อมจะฉายแสงในตัวเอง
แต่ใครจะเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่าง และหมุนรอบตัวเอง หรือดาวเคราะห์ที่ต้องหมุนตามวงโคจรของดาวดวงอื่น…ก็ขึ้นอยู่ที่ความมุ่งมั่น ทุ่มเทของดาวแต่ละดวง

 

 

“ที่นี่เหมือนเป็นโรงละครชีวิตที่ทุกๆ คนมีชีวิตของตัวเอง เป็นพี่ป้าน้าอาเป็นพี่น้อง จ๋าเห็นทุกคนมาตั้งแต่จ๋ายังเด็ก จนเดี๋ยวนี้มีคนใหม่ๆ เข้ามา
เห็นความพยายาม เห็นความมุ่งมั่น ฉะนั้นเราจะเข้าใจ เราเห็นความหวัง ความตั้งใจของเขา กว่าจะได้เป็นนักแสดงทิฟฟานี่ไม่ง่าย บางคนต้องมาตั้ง 3 วัน
นั่งตากแดดรอการคัดเลือก หรือบางคนมาแล้วไม่ได้ตั้ง 8 รอบ เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่ามันยาก แต่พวกเขาก็มีความหวัง
เราก็เลยอยากให้พวกเขาประสบความสำเร็จ ถ้าเขาสำเร็จ เราก็สำเร็จด้วย มันเป็นองค์ประกอบซึ่งกันและกัน

 

“โรงละครนี้สร้างความหวังให้เขา สร้างอาชีพ สร้างให้ครอบครัวยอมรับเขา มันเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน จ๋าคิดว่า นี่คือความสำเร็จที่มากกว่าเงินทองมากๆ
ที่สำคัญ คุณพ่อพูดกับจ๋าเสมอว่า ผู้หญิงทิฟฟานี่เต้นจนขาขวิดนะ กว่าจ๋าจะเรียนหนังสือจบ ดังนั้น จ๋าถึงอยากจะคืนกลับ
สิ่งที่เราทำคือ การสร้างคน สร้างให้เขามีศักดิ์ศรี และได้รับการยอมรับ”

 

คุณจ๋า-อลิสาเล่าถึงเป้าหมายสำคัญในการสร้างทิฟฟานี่ แต่แน่นอนว่า การจะดูแลสาวประเภทสองนับร้อยคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ใจทั้งความอ่อนโยน
และเด็ดขาดในคราวเดียวกัน ไม่ว่าเบื้องหลังจะดราม่าโศกเศร้าเคล้าน้ำตาเพียงไหน แต่เมื่ออยู่บนเวที แฟนทิ้ง ทะเลาะกับแม่ หรืออื่นๆ อีกมาก
ทุกคนต้องวางปัญหาลง และขึ้นเวทีด้วยความเป็น “มืออาชีพ”

 

“จ๋ามองว่า จริงๆ แล้วเขาเป็นศิลปิน มีความสามารถ เราต้องใช้ความละเอียดอ่อนคุยกับเขา แต่เวลาที่เขาทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็ต้องแมนๆ ใส่กัน
คุยกันตรงไปตรงมา คือถ้าเราตรงไปตรงมา ชัดเจนคือจบ ผู้หญิงทิฟฟานี่เป็นเพศที่แข็งแรง แต่ละคนเต้นได้วันละเป็นสิบชั่วโมง แข็งแกร่งมาก”

 

ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง หรือความสำเร็จในรูปเงินทอง แต่เป็นความผูกพัน คลุกคลี เป็นความปรารถนาดี และเข้าอกเข้าใจ
เพราะกว่าจะได้เป็นสาวประเภทสองที่สมบูรณ์แบบ บนความพยายามที่อยากเป็นผู้หญิง พวกเขาต้องต่อสู้ และเข้มแข็ง

 

“ดังนั้น เราต้องเลือกคนที่มีทัศนคติที่ดี สาวประเภทสองส่วนใหญ่ชอบคิดว่า เกิดเป็นกะเทยลำบาก คือถ้าเรายังคิดอยู่แบบนี้เราจะไม่ไปไหน
แต่ถ้าเราคิดว่า เรามีความสามารถ แล้วดึงความสามารถออกมา ดึงศักยภาพตัวเองออกมา เราต้องคิดว่า เราเก่งขนาดไหน เราทำอะไรได้บ้าง
เพราะค่าของคนคือ การที่เรารู้จักศักดิ์ศรีตัวเอง เราต้องรู้ว่า จะทำงาน และใช้ชีวิตอย่างไรให้ถูกต้อง และน่าชื่นชม เวทีนี้คือ ตัวอย่างที่จะบอกว่า
อยู่บนเวทีนี้แล้วมีศักดิ์ศรี ถ้าคุณมีความสามารถ คุณก็มีศักดิ์ศรี และมีคนชื่นชม

 

“ทุกคนต้องการการยอมรับ ไม่ว่าจะเพศไหน เอาจริงๆ นะ จ๋ามองว่า สิ่งที่สาวประเภทสองต้องการก็คือ การได้ใช้ชีวิตแบบไม่แปลกแยกจากใคร
ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มีคำนำหน้าพิเศษสำหรับคนกลุ่มนี้ขึ้นมา ให้เขาเป็นอีกเพศหนึ่งขึ้นมา เป็นผู้หญิงก็ผู้หญิง ผู้ชายก็ผู้ชาย ไม่ต้องมีคนมาตั้งคำถามว่า
ถ้ามีผู้ชายมาชอบ ผู้ชายคนนั้นจะถือว่าเป็นเกย์ไหม”

 

เพราะที่สุดแล้ว มนุษย์เราไม่ว่าจะเพศไหน ต่างก็ต้องการการถูกรักจากใครสักคน

 

“จ๋าว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือ เขาอยากจะใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงที่มีผู้ชายมารัก หลายๆ อย่างเป็นเรื่องของพฤติกรรม เป็นเรื่องของความประพฤติ
เป็นเรื่องของการแสดงออก พฤติกรรมจากสังคมที่ทำให้เขารู้สึกไม่แปลกแยก เรื่องนี้มาก่อนกฎหมาย นิติกรรม หรือนิตินัย
เพราะถ้าเขาไม่รู้สึกแปลกแยก รู้สึกถึงความเท่าเทียม ได้รู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ตรงนี้จ๋าถือว่า ประสบความสำเร็จแล้ว

 

“เพราะฉะนั้น ที่ทิฟฟานี่เราจะส่งเสริมให้เขาสามารถเป็นผู้หญิงได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยก ให้คนยอมรับในความเป็นผู้หญิง ทั้งกาย กิริยา วาจา ใจ
เมื่ออยากเป็นผู้หญิงเราก็ต้องเป็นผู้หญิงให้ได้จริงๆ อันนี้เป็นเป้าหมายของเราว่า ณ จุดนี้ให้เขาเข้าใจแล้วไปปรับตัวเอง
ไม่ว่าจะเข้ามาอยู่ในทิฟฟานี่หรืออยู่ที่ไหน ต้องเข้าใจว่า จะดำเนินชีวิตอย่างไร ให้คนเคารพเรา และเราก็เคารพคนอื่น”

 

และเมื่อนั้นพวกเธอก็จะสง่างาม และมีศักดิ์ศรี ทั้งบนเวทีและในชีวิตจริง

 

#ผู้หญิงทิฟฟานี่ #ก็เช่นกัน

Related Post :
Share It!