“ความสุขของการเขียนบทละครสำหรับบ๊วยก็คือ การได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก
มันน่าจะมีคนที่โชคดีไม่เยอะที่ได้ทำอาชีพ ที่เราหาเงินเลี้ยงตัวเองได้
อยู่บนสิ่งที่ตัวเองรักทุกๆ วัน มันทำให้เรารู้สึกว่า มีความสุขที่จะทำ และมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้
มันดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ทำให้ไม่รู้สึกทุกข์ทรมาน กับชีวิตการทำงานมากนัก

 

ภาพยนตร์ดีๆ ละครดีๆ มันเกิดความเชื่อมโยง ของชีวิตที่เราเห็นตั้งแต่ต้นถึงปลาย
มนุษย์จะรักกันมากขึ้น จะเข้าใจทางออก ของชีวิตตัวเองมากขึ้น บ๊วยพยายามจะมุ่งมั่น
ทำอาชีพนี้อยู่ เพราะมีความเชื่อว่าภาพยนตร์ดีๆ ละครดีๆ หรือว่านวนิยายดีๆ มันมีคุณภาพ
ที่จะสอนคนในสังคมได้มากกว่า โซเชียลสอนไม่ได้นะ โซเชียลนี่ทุกอย่าง
มันมาเป็นชิ้นๆ ที่ไม่มีความต่อเนื่องกัน แล้วก็ไม่บอกเหตุผลที่มาที่ไป
อย่างเช่นถ้าเกิดเราดูคลิปๆ นึงในอินเตอร์เน็ต คนยิงกันตายเนี่ย เราก็ตัดสินกันไปมา ตามพื้นฐานชีวิต

 

แต่ละครมันจะเห็นตั้งแต่ต้น-กลาง-ปลาย ว่าคนๆ นี้ก่อนที่จะมายิงปืนใส่คนอื่นเนี่ยเค้ามีเหตุผล เค้ามีการเลี้ยงดูยังไง
เพราะฉะนั้นนวนิยาย ภาพยนตร์ ละคร มันเห็นภาพของ ความเชื่อมโยงความเป็นมนุษย์จริงๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้
โซเชียลสอนไม่ได้ คนที่เป็นครู พ่อแม่สอนได้ โดยที่ชี้ให้เห็นชีวิตจริงๆ
แต่ละครคือ ภาพจำลอง ภาพจำลองในที่นี้คือ เราจะพูดตลอดเวลาเลยว่า มันคือการทำสิ่งผิด
ให้เห็นสิ่งถูก มันคือแฟนตาซี คือตัวเราไม่จำเป็น ต้องไปติดยาจริง ตัวเราโกรธใครแล้ว
เราอยากจะไปยิงเค้า แต่เราไม่ต้องทำจริง แต่ละครจะทำจะจูงให้เราได้ลองทำจริงๆ
ด้วยจินตนาการ พอเราได้ลองทำจริงๆ แล้ว เราได้เห็นผลของมันผ่านละคร
เพราะฉะนั้นคุณค่าของละคร ที่จะอยู่คู่กับชีวิตมนุษย์มันเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะงั้นเราก็จะรู้สึกว่า เราจะเป็นเหมือนครูบนดอย ที่เราจะสอนเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ อกหักทำยังไง
เกิดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานเราจะแก้ปัญหายังไง เพราะงั้นเราก็จะมีแรงที่จะตื่นมา
แล้วก็จะทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ค่ะ”

 

– นันทวรรณ รุ่งวงศ์พานิช –
นักเขียนบทละครโทรทัศน์

#BeTheVICTOR #CIMBTHAIBank

Related Post :
Share It!