เราเชื่อว่า คุณคงมีคนรอบตัวที่มีความฝันอยากจะลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง หรือบางทีคนๆ นั้นอาจจะเป็นตัวคุณเอง แน่นอนว่า การออกจากงานประจำมาเริ่มต้นเองย่อมมีความเสี่ยงเป็นธรรมดา

ดังนั้นก่อนการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต เราอยากให้คุณถามตัวเอง 7 คำถามนี้ซะก่อน

ถ้าคำตอบสำหรับทุกคำถามของคุณคือ “ใช่!” ถ้าอย่างงั้นคุณอาจจะพร้อมแล้วล่ะ

แต่ถ้าไม่แล้วล่ะก็ คุณอาจจะต้องทำการบ้านเพิ่มซักหน่อย

 

  1. คุณหมกมุ่นกับธุรกิจ ลูกค้า หรือปัญหาหรือเปล่า?

ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้นตกหลุมรักกับสิ่งที่พวกเขาทำ พวกเขารักที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับสายธุรกิจที่พวกเขาทำอยู่ เกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวลูกค้าเอง และเกี่ยวกับปัญหาในธุรกิจนั้นๆ อยู่แล้ว แม้แต่ในวันที่พวกเขาจะไม่ได้เงินเป็นสิ่งตอบแทน

ถ้าคุณอยากที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้แล้วล่ะก็ คุณจะต้องหมกมุ่นกับทุกอย่างที่จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ

ข้อแตกต่างระหว่าง “ความสนใจ” กับ “ความหมกมุ่น” นั้นยิ่งใหญ่มากๆ!

ไอ้ความสนใจน่ะมันต้องสนใจอยู่แล้ว แต่แค่นั้นมันไม่พอ

ถ้าคุณไม่ได้หมกมุ่น คุณจะไม่สามารถมองปัญหาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง คุณอาจมองข้ามข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งมันก็ไม่มีทางลัด ถ้าคุณอยากรู้ลึก รู้จริง มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้เวลาหมกมุ่นกับมันเป็นพันๆชั่วโมง คุณพร้อมจะทำแบบนั้นหรือเปล่า?

 

  1. สิ่งที่คุณฝันนั้น ทำได้จริงหรือเปล่า?

ไอเดียเปล่าๆ นั้นไร้ค่า มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าปราศจากความสามารถและความตั้งใจจริงที่จะทำให้มันสำเร็จ

คุณจะต้องสามารถเปลี่ยนไอเดียเพ้อฝันของคุณให้กลายเป็นความจริงให้ได้ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เป็นสินค้าทดลองเวอร์ชันแรกก่อนก็ยังดี เพื่อจะได้นำสินค้าออกไปทดสอบในตลาดจริงได้…อย่าคิดไปเอง

 

  1. สินค้าของคุณมีความต้องการมากไหม?

สินค้าของคุณเป็นเหมือนยาแก้ปวดหรือเป็นวิตามินเสริม? เป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเงินให้ลูกค้าหรือสร้างอะไรเพิ่มขึ้นให้กับพวกเขา? ถ้าคุณสามารถหาความต้องการในตลาดที่ยังไม่มีสินค้าตอบโจทย์ ที่คุณแน่ใจว่า มีความต้องการที่แท้จริง มันยิ่งจะช่วยให้คุณสามารถขายได้ง่ายขึ้นในช่วงแรก และยังทำกำไรได้เยอะอีกด้วย

แต่คุณจะต้องทำให้แน่ใจว่า คุณกำลังตอบ “ความต้องการ” ไม่ใช่ “ความอยากได้” ของตลาดอยู่

ความอยากได้นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งสวยงาม แต่ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตเท่าไหร่ ดังนั้นโอกาสที่ดีที่สุดของคุณคือ พยายามตอบโจทย์ในเรื่องความต้องการ

เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ความต้องการของสินค้านั้นๆ ก็ลดลงเป็นธรรมดา…แต่ถ้าคุณสามารถเลือกตลาดที่ถูกต้องได้ มันจะช่วยให้คุณออกสตาร์ทได้ง่ายขึ้น ขายได้เร็วขึ้น และทำกำไรได้เยอะขึ้น

 

  1. ตลาดที่คุณอยากลงไปเล่น ใหญ่พอไหม? แล้วมันกำลังโตหรือเปล่า?

ก่อนคุณจะกระโดดลงไปซัดกับมัน ถามตัวเองดูก่อนว่า สภาวะตลาดมันเป็นอย่างไร? วันนี้ตลาดขายของออนไลน์อาจจะกำลัง hot ในขณะที่บางตลาดอาจจะตกเทรนด์ไปแล้ว หมดยุคสมัยไปแล้ว

ถ้าไหนๆ คุณจะลงไปเสี่ยงกับมัน ลงไปคลุกฝุ่น เสียเลือดเสียเนื้อกับมันแล้วล่ะก็ จะมัวมองตลาดเล็กๆ ทำไม? หาตลาดที่มันโตพอ หรือกำลังโต เพื่อที่ถ้าคุณชนะ ผลตอบแทนมันจะคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณลงทุนลงแรงไป

ความจริงแล้ว ยิ่งตลาดคุณเล็กเท่าไหร่? ความเสี่ยงคุณก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น…ยิ่งตลาดเล็ก คุณยิ่งไม่มีโอกาสที่จะค่อยๆ พัฒนาสินค้าหรือบริการของคุณให้ดีขึ้นทีละน้อย

ดังนั้น make sure ว่า คุณกำลังหาคำตอบ ให้กับตลาดที่มีขนาดใหญ่พอตัว หรือสามารถเติบโตได้

มันไม่เป็นไรถ้าคุณอยากเริ่มในตลาดที่เล็ก แต่มันจะต้องเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

 

  1. คุณโตเร็วได้แค่ไหน?

ถ้าคุณกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดที่อิ่มตัวแล้ว คุณจะพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบในทันที เพราะการเจาะเข้าไปนั้น คุณอาจต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ในการเจาะตลาด และคุณเข้าสู่ตลาดที่มีผู้เล่นที่พร้อมกว่าคุณ มีฐานลูกค้าก่อนคุณ

ดังนั้น หากคุณอยากจะเอาชนะในตลาดนี้ คุณจะต้องโตให้เร็วกว่า ถูกกว่า เข้มแข็งกว่า และด้วยเงินลงทุนที่น้อยกว่า เพื่อจะสู้กับคู่แข่งที่ใหญ่กว่าได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง และเพื่อแย่งฐานลูกค้ามาเป็นของตัวเอง

เหมือนอย่างที่ Netflix ฆ่า Blockbuster ด้วยการ offer คอนเท้นต์เยอะกว่าเป็นสิบเท่า ด้วยราคาที่ถูกกว่าถึงสิบเท่าเช่นกัน พูดง่ายๆ คือ Solution หรือทางออกของคุณนั้น จะต้องดีกว่าทางเลือกอื่นๆ แบบทิ้งไม่เห็นฝุ่น

 

  1. คุณพร้อมจะทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างแล้วหรือยัง?

ในระยะเริ่มต้นนั้น คุณอาจให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นเป็นเหมือน “Lean Startup” โดยที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก ออกสินค้าแบบ Prototype ดูก่อนเพื่อดูว่า ตลาดจะตอบสนองกับธุรกิจของคุณอย่างไร มีคนสนใจซื้อจริงไหม ทั้งหมดนี้ก็เหมือนการแหย่ปลายเท้าทดสอบอุณหภูมิของน้ำ

แต่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จกับมันอย่างแท้จริงแล้วล่ะก็ แค่แหย่เท้ามันไม่พอหรอก คุณจะต้องกระโจนลงไปทั้งตัว

คุณพร้อมทำอย่างนั้นแล้วหรือยัง? เพราะไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ด้วยการทำอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ หรอกนะ

 

  1. คุณมีลูกค้ากลุ่มแรกแล้วหรือยัง?

ลูกค้ากลุ่มแรกของคุณคือ กลุ่มคนที่มีปัญหา ที่คุณพร้อมจะเสนอวิธีการแก้ไข ที่สินค้าและบริการของคุณจะเข้าไปตอบโจทย์

คุณจะต้องชัดเจนว่า ธุรกิจของคุณจะเข้าไปช่วยทำให้ชีวิตลูกค้ากลุ่มนี้ดีขึ้นอย่างไร? คุณช่วยให้เขาสะดวกสบายขึ้นอย่างไรบ้าง? หรือช่วยให้เขาประหยัดเงินได้ไหม? ทำให้เขาสามารถทำงานของพวกเขาได้เร็วขึ้นหรือเปล่า?

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ คุณควรจะต้องสามารถเข้าหากลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกนี้เพื่อเสนอให้เขาทดลองใช้ดู สิ่งนี้สำคัญมากๆ เพราะสินค้าที่ไม่รู้จะเอาไปให้ใครใช้ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรดีขึ้นมา

 

 

แน่นอนว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง มันมีปัจจัยต่างๆ อีกมากมายเป็นร้อยเป็นพันที่จะบอกว่า คุณจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายผู้ประกอบการหรือเปล่า? มันไม่ง่ายเลย แต่เราก็หวังว่า Checklist 7 ข้อนี้จะช่วยชี้ทางให้คุณบนทางที่ถูกต้อง

 

Be The Victor ทุ่มสุดตัวเพื่อทำให้สำเร็จตามที่ใฝ่ฝัน

Related Post :
Share It!