เมื่อดิจิตอลมา…แล้วฟู้ดสไตลิสต์ต้องไป (มั้ย)?

กอล์ฟ-เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์

ฟู้ดสไตลิสต์แถวหน้าของไทย

นิตยสาร Elle Decoration/ เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย/ เชฟกระทะเด็ก ประเทศไทย/ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย / Style Director at Food and Tone Co., Ltd

ไม่…(เสมอไป) แม้ในวันที่โทรศัพท์มือถือ และแอปพลิเคชันสารพัดแอปจะช่วยตกแต่งภาพได้ต่างๆ นานา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ฟู้ดสไตลิสต์” หรือนักตกแต่งอาหารจะไม่จำเป็นสำหรับวงการอาหารอีกต่อไป ตราบใดที่ใครคนนั้นมีฝีมือ และสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี

อย่างที่ “คุณกอล์ฟ-เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์” Style Director บริษัท Food and Tone Co., Ltd.

ฟู้ดสไตลิสต์แถวหน้าของไทย ทำความเข้าใจ และเตรียมตัวตั้งรับไว้เรียบร้อยแล้ว

 

-มองการเปลี่ยนผ่านของแพลตฟอร์มใหม่ๆ นี้อย่างไร

คุณกอล์ฟ : รู้สึกว่า เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือ เป็นเรื่องธรรมดา โลกทุกวันนี้กำลังเปลี่ยนจากฮาร์ดก้อปปี้พรินติ้ง (สิ่งพิมพ์) ไปสู่โลกของดิจิตอล แล้วมันจะอย่างไรต่อไป สำหรับเราคงไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง เพราะยังเชื่อมั่นว่า คนยังต้องการรูปอาหารสวยๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา กับร้านอาหารของเขาอยู่ดี

 

-หมายความว่า รูปอาหารที่ถ่ายจากมือถือให้อย่างไรก็ยังสู้รูปอาหารจากการเซตถ่ายแบบโปรเฟสชั่นนัลไม่ได้

คุณกอล์ฟ : อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว การใช้มือถือถ่าย ใช้แอปพลิเคชันแต่ง อย่างไรก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี เคยมีคนที่รูปในอินสตาแกรมสวยมาก ตกแต่งสี คอมโพสสวย เราก็ดึงมาร่วมงาน พอถามไอเดียหรือวิธีการทำงาน ปรากฏว่า เออ…เขาก็คิดไม่ได้นะ

 

เราก็ยังงงว่า เอ๊ะ…แล้วทำไมเขาถึงทำรูปในอินสตาแกรมได้สวยขนาดนั้น แต่ไม่สามารถทำงานได้  มันอาจจะต่างกัน มีศาสตร์และศิลป์ที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอาชีพเราก็ยังต้องมีต่อไป อาจจะมีรูปแบบที่มีข้อจำกัด จริงๆ ไม่อยากเรียกข้อจำกัด น่าจะเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงดีกว่า

 

-ถ้าเราสามารถตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงได้…ก็อยู่ได้ และเติบโตได้  

คุณกอล์ฟ : แต่จะเติบโตได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถนะครับ สมัยก่อนเชฟอาจจะต้องพึ่งฟู้ดสไตลิสต์แต่เดี๋ยวนี้อาจจะไม่ต้องพึ่งแล้วก็เป็นไปได้เหมือนกัน ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เราสามารถเติมเต็มส่วนที่เขาขาดได้หรือเปล่า มีสไตล์ที่ชัดเจนพอมั้ย เพราะคำว่าฟู้ดสไตลิสต์คือ สไตล์ ถ้าเรามีสไตล์ที่ชัดเจนพอ ก็สามารถเติมเต็มช่องว่างให้เขาได้ แต่ถ้าไม่มีสไตล์ก็ไม่สามารถเติมได้

 

ในขณะเดียวกันอาชีพฟู้ดสไตลิสต์ก็เปิดกว้างขึ้น ไม่เฉพาะการทำสไตลิ่งคอลัมน์อาหารในนิตยสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายภาพเมนูอาหาร ภาพนิ่ง ภาพยนตร์โฆษณา และรายการโทรทัศน์อีกด้วย

คุณกอล์ฟ : เราต้องขยายศักยภาพของตัวเอง จากการทำเมนูอาหารธรรมดา การทำสไตลิ่งอาหารในแต่ละสื่อวิธีการทำงานก็จะแตกต่างกันไป อย่างนิตยสารจะเป็นเรื่องความคิดล้วนๆ แทบจะเรียกได้ว่า 100% ระหว่างเรากับนิตยสาร ที่อยากนำเสนอคอนเซ็ปต์ เรื่องราว เนื้อหา ที่น่าสนใจ สำหรับคนที่สนใจเรื่องอาหารอีกแง่มุมหนึ่ง

 

แต่งานโฆษณาจะมีกรอบวางไว้ เราก็ต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้านั้นๆ ต้องมีความแม่นยำ เช่นถ้าเป็นสินค้าอาหารก็ต้องแสดงความโดดเด่น เห็นคุณสมบัติที่ชัดเจน อะไรอย่างนี้เป็นต้น ถึงได้บอกว่า บริบทมันเปลี่ยนไป รายการทีวีก็เหมือนกัน ทีวีจะแมสมากขึ้น ทำอย่างไรให้คนดูทั่วประเทศเห็นแล้วเข้าใจได้ทันที บริบทมันไม่เหมือนกัน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราวางกรอบ และทำความเข้าใจกับกรอบนั้นอย่างไร

 

-ในฐานะที่เป็นฟู้ดสไตลิสต์เบอร์ต้นๆ ของวงการ มองการแข่งขันในวงการฟู้ดสไตลิสต์อย่างไร  

คุณกอล์ฟ : เมื่อวงการอาหารร้านอาหารเติบโตนี่ฟู้ดสไตลิสต์ก็เกิดขึ้นเยอะ แต่ละคนก็จะมีแนวทางเป็นของตนเอง ที่สำคัญ ต้องหาสไตล์ หรือรูปแบบการทำงานที่เป็นของตัวเอง มีความชัดเจน แต่หลายๆ อย่างอยู่ที่เราต้องศึกษา และท้ายที่สุดคือ ความสนใจ การสังเกต และความคิด คนที่สามารถคิดแล้วนำมากลั่นกรองเป็นตัวของตัวเองได้ก็จะประสบความสำเร็จ

 

ที่สำคัญอีกอย่างคือ ความทะเยอะทะยานเพราะจะทำให้งานเราไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ เรื่องของอาหารก็เห็นชัดเจนว่า มีความเป็นแฟชั่นจริงๆ เดี๋ยวตอนนี้เป็นแบบนั้น เดี๋ยวเป็นอีกแบบหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นบางครั้งเราก็ต้องคาดการณ์ได้ว่า ในอนาคตอันใกล้ อะไรคือสิ่งที่ควรจะต้องเป็น

 

-แหล่งที่มาของแรงบันดาลใจ คนเป็นฟู้ดสไตลิสต์จำเป็นต้องเดินตลาดเก่า ตลาดนัด (Flea Market) และสะสมพร็อพ (Props) ถ้วยจานชามต่างๆ มั้ย

คุณกอล์ฟ : จริงๆ ไม่จำเป็น แต่เป็นความชอบมากกว่า แล้วโดยธรรมชาติคนที่ทำสไตล์ก็ต้องหาอะไรที่มีความยูนีค มีความแตกต่าง ถ้าเราไปซื้อตามห้างก็อาจจะไม่ได้ยูนีคมาก แต่ถ้าไปค้นเจอสิ่งที่เคยเป็นที่นิยมในยุคหนึ่งก็จะมีความยูนีคขึ้นมา มีความวินเทจ แต่เราจะเดินทุกที่ อย่างงานพลาสติกของชาวบ้านก็เป็นแรงบันดาลใจได้เหมือนกัน เป็นวัฒนธรรม เชื่อไหมว่าเดินทุกที่นะ ขออย่าให้เหลือบตาไปแล้วเห็นกองจานก็แล้วกัน เพื่อนที่ไปเดินด้วยจะบอกเลยว่า ถ้ามันหันไปเห็นกองจานมันจะน่ากลัวมาก (หัวเราะ) แล้วเป็นคนที่ไม่ชอบซื้อจานใบเดียว ชอบซื้อทีละครึ่งโหล

 

-ตอนนี้มีจานทั้งหมดกี่ใบ

คุณกอล์ฟ : น่าจะเป็นหมื่นนะ เยอะมาก จนต้องทำสตูดิโอเพื่อเก็บจาน (หัวเราะ) กระทั่งเกิดไอเดียทำสไตลิสต์มาร์เก็ตขึ้นมาที่ Yelo House (www.yelohouse.com) เอาความคิดที่ตัวเองใช้ในการประกอบอาชีพจานที่หลากหลายสไตล์มาแชร์ให้คนอื่นได้ใช้ มีประสบการณ์ร่วมกัน เป็นการต่อยอดของอาชีพฟู้ดสไตลิสต์ แวะไปเยี่ยมชมกันได้

 

คนจะเป็นฟู้ดสไตล์ลิสต์ได้ต้องเยอะๆ หน่อยมั้ย

คุณกอล์ฟ : (ยิ้ม) คือความเยอะมันเกิดการจากที่เราต้องมานั่งตอบโจทย์ในกรอบที่ตั้งเอาไว้ ทีนี้พอกรอบที่ตั้งไว้เยอะ มันก็เลยเยอะ เยอะในที่นี้หมายถึง เวลาถ่ายอาหารแล้วต้องมีควัน เนื้อต้องเด้ง ต้องมีสี รายละเอียดของพริกไทย ต้องเห็นความสดใหม่ของมะเขือเทศ ฯลฯ อันนี้คือความเยอะ แต่ถ้าเป็นงานโฆษณาความเยอะก็จะอีกแบบ เนื้อหมูจะต้องเด้งแล้วเห็นลายหมูชัดเจน หรือความหนาของเนื้อหมูที่ต้องพอดี ในจังหวะที่เหมาะสมอะไรอย่างนี้ เออ…คำว่าเยอะอาจจะฟังดูเป็นลบ เราเรียกมันว่า ความละเอียดดีกว่านะ

 

-หัวใจของความสำเร็จในการทำงาน

คุณกอล์ฟ : อิทธิบาท 4 ประกอบไปด้วย ฉันทะคือ ความพอใจ ถ้าแปลในอาชีพก็คือ ความมีแพซชั่น วิริยะคือ ความเพียร รวมถึงความกล้าด้วยนะ คือความกล้าที่จะทำออกไปทุกอย่าง จิตตะคือ ความมีสมาธิจดจ่อที่จะทำ วิมังสาคือลองผิดลองถูก แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า สิ่งที่ทำไปแล้วดีไม่ดีอย่างไร ถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำอยู่อย่างนี้จะทำให้ตัวเองน่ะมีชีวิตหล่อเลี้ยงอยู่ได้อย่างมีความสุข

 

เพราะการเปลี่ยนแปลงคือ นิรันดร์ หากใครสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ นั่นละคือ ความเป็นนิรันดร์ยิ่งกว่า  

Related Post :
Share It!