จาก 2 ตอนที่แล้ว เราได้นำเสนอไอเดียที่จะพาคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น รวมถึงแนวทางให้นำไปปฏิบัติเพื่อให้คุณพร้อมประสบความสำเร็จในเส้นทางของตัวเอง

มาต่อตอนที่ 3 21-30 กันเลยดีกว่า

2
21. รักให้มากขึ้น
“ถ้าคุณรักได้มากพอ คุณจะกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก”

– Emmet Fox-

ความรักเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ หรือเป็นความผิดปกติทางจิตวิทยา แล้วแต่ว่า คุณจะมองมันอย่างไร? แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจริงอย่างแน่แท้ก็คือ คนที่ประสบความสำเร็จนั้น ได้รับแรงผลักดันจากความรัก

จากการที่ได้มีโอกาสโค้ชคนหลายๆ คน ผมพบว่า มีความรักอยู่สองประเภท: ความรักแบบชั่วคราว และ ความรักที่ยั่งยืน

ความรักแบบชั่วคราวนั้น อาจออกมาในรูปแบบของความชอบ ความลุ่มหลง หรือความเป็นเจ้าของ อย่างเช่นการที่คุณอยากได้ของอะไรซักอย่าง หรือมีความลุ่มหลงต่อใครซักคน สิ่งสำคัญคือ มันไม่ยังยืน การวิ่งตามสิ่งของพวกนี้เป็นวิธีที่คุณใช้ในการเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจของตัวเอง ซึ่งอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเองหรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ การตามหาความรักแบบนี้อาจช่วยให้คุณเจอกับโมเม้นต์ที่รู้สึกประสบความสำเร็จ แต่จะไม่ใช่ชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

ความรักที่ยั่งยืนนั้นดูไม่หวือหวาและน่าตื่นเต้นเท่าความรักแบบชั่วคราว แต่นี่คือ สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องมีถ้าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต นี่คือ สิ่งที่คุณสามารถหาได้จากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนรอบข้างของคุณ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน การสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ยาก แต่ถ้าคุณสามารถทำได้ ผลตอบแทนของมันจะยิ่งใหญ่มากเช่นกัน

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ คือ การที่คุณพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางความรักที่ยั่งยืน และนั่นเริ่มต้นจากการที่คุณรักตัวเองก่อน

การรักตัวเองนั้นเริ่มต้นจากการที่คุณเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น และพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี นั่นหมายถึงคุณเข้าใจในส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดีของตัวเอง ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณไม่สมบูรณ์แบบเท่าใดก็ตาม เรียนรู้ที่จะให้อภัยกับความผิดพลาดของตัวเองบ้าง

เปลี่ยนโฟกัสความรักของคุณ คุณพบว่า ตัวเองวิ่งตามหาความหวือหวา ความตื่นเต้น หรือประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า? คุณอาจกำลังให้ความสำคัญกับความรักแบบชั่วคราวมากจนเกินไป

ถอยตัวออกห่างจากความรักชั่วคราวและเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยความรักที่ยั่งยืน คุณอาจต้องใช้เวลาและความพยายามกับมันซักหน่อย แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปถ้าคุณตั้งใจ

3
22. หาตัวตนใหม่ของตัวเอง

“สร้างตัวตนของตัวเองและสร้างมันใหม่อีกครั้ง…สร้างชีวิตใหม่ของคุณขึ้นมา เพราะคุณต้องทำ นี่คือชีวิตของคุณ อดีตและปัจจุบันขึ้นอยู่กับตัวคุณทั้งสิ้น”

– Charles Bukowski –

คุณเคยรู้สึกว่า นี่คือเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า? ว่า นี่อาจเป็นเวลาที่ดีสำหรับการกดปุ่มรีเซ็ต? ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว เราทุกคนต่างเคยรู้สึกแบบนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากงานเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น กลับไปเรียนเพิ่มเติม ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนกลุ่มเพื่อนที่คบใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้คือ การเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณทั้งสิ้น

บางครั้งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้คุณรู้สึกผิด เพราะมันเปรียบเสมือนการยอมรับว่า ที่ผ่านมาคือความผิดพลาด แต่ความจริงแล้วความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้คุณเติบโตขึ้น เมื่อคุณมีอายุและประสบการณ์ที่มากขึ้น มันไม่แปลกเลยที่เป้าหมายและความคาดหวังในชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปด้วย ยอมรับในความเปลี่ยนแปลงและสร้างตัวตนของคุณขึ้นใหม่บนรากฐานของสิ่งที่คุณรู้ว่า คุณสามารถทำได้ดี

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

จงเลือกที่จะเปลี่ยนด้วยตัวเอง อย่ารอให้สถานการณ์บังคับให้คุณต้องเปลี่ยน

ความเครียดและท้อแท้อาจทำให้คุณต้องเปลี่ยนงาน ความขื่นขมอาจทำให้คุณต้องหย่าร้าง โรคร้ายอาจทำให้คุณต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของคุณ….คุณไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดเรื่องแล้วค่อยเปลี่ยนแปลงตัวเอง!

ลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเอง

  • อะไรที่เราควรเลิกทำ?
  • อะไรที่เราควรทำ?
  • อะไรที่เราควรจะทำให้มากขึ้น?
  • อะไรที่เราควรจะทำให้น้อยลง
  • และสุดท้าย…อะไรที่เราสามารถทำได้อย่างแตกต่าง?

เมื่อคุณถามคำถามเหล่านี้กับตัวเอง คุณจะเริ่มมองเห็นว่า จุดไหนของชีวิตที่คุณว่าคุณควรเปลี่ยนแปลง

การหาตัวตนใหม่ของคุณไม่ใช่เรื่องง่าย ที่แม้กระทั่งคนรอบตัวของคุณก็อาจไม่เข้าใจในการตัดสินใจของคุณ ทำใจให้พร้อมว่า คุณอาจเจอกับเส้นทางที่โดดเดี่ยวและเตรียมใจสำหรับการหันหลังให้กับบางส่วนของชีวิตคุณ

4
23. รักษาสุขภาพให้ดี

“ถ้าคุณมีสุขภาพที่ดี คุณอาจมีความสุข…และถ้าคุณมีทั้งสุขภาพที่ดีและมีความสุข คุณก็มีความมั่งคั่งทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องมี แม้ว่ามันอาจไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณต้องการก็ตาม”

– Elbert Hubbard-

มัน make sense ตรงไหนกับการที่คุณจะต้องทำงานอย่างหนัก คร่ำเครียด แค่เพื่อจะหาเงินมาให้เพียงพอกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของตัวเอง?

อย่ารอจนคุณเกษียณแล้วค่อยมาใส่ใจสุขภาพ เพราะถึงตอนนั้นมันก็อาจสายเกินไปแล้ว

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

จำเอาไว้ว่า เงินนั้นคุณสามารถหาใหม่ได้เสมอ แต่ว่าสุขภาพถ้าเสียไปแล้วคุณไม่สามารถนำกลับมาได้ง่ายๆ

อย่าลืมที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสุขภาพจิตด้วย อย่าเครียดหรือทำงานหนักจนหมดไฟ

พาตัวเองออกมาจากสิ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณ อย่างเพื่อนร่วมงานขี้อิจฉา หรือหัวหน้าที่ไม่ดี พยายามหาความหมายที่ลึกซึ้งในสิ่งที่คุณทำ อย่าแค่ทำไปวันๆ และเลิกทำในสิ่งที่เสียเวลาและไม่มีประโยชน์

5
24. ให้อภัยผู้อื่น

“การให้อภัยคือการปลดปล่อยนักโทษเป็นอิสระ และค้นพบว่า นักโทษคนนั้นก็คือตัวคุณเอง”

– Louis B. Smedes-

การที่คุณไม่ให้อภัยเลยนั้นไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกดีขึ้น สิ่งเดียวที่คุณกำลังทำอยู่ก็คือเก็บเอาความรู้สึกของความโกรธ ผิดหวัง และอิจฉาเอาไว้ มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า การไม่ให้อภัยนั้นเหมือนการที่เรากินยาพิษเองแล้วหวังว่า อีกคนจะตาย

ในการสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จนั้น  คุณจะต้องให้อภัยกับคนที่เคยทำผิดต่อคุณ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง หรือเพราะคุณลืมไปแล้ว แต่เพราะการให้อภัยนั้นส่งพลังบวกให้กับชีวิตของคุณ เมื่อคุณให้อภัย คุณเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ก้าวข้ามสิ่งที่เคยเกิดขึ้น คุณจะต้องเข้าใจว่า คุณจะต้องให้อภัยผู้อื่น เพื่อคุณภาพชีวิตทีดีขึ้นของตัวคุณเอง

การให้อภัยไม่ใช่ความอ่อนแอ ความจริงแล้วมันต้องใช้ความแข็งแกร่งมากกว่าที่จะพูดว่า “ฉันจะไม่มาเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้อีกแล้ว” ซึ่งจะมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า คุณพร้อมที่จะเปิดใจอีกครั้ง

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

หลายๆ ครั้งคุณอาจไม่คิดว่า คุณจำเป็นจะต้องให้อภัยใคร อย่างเช่น ถ้าคุณพลาดการเลื่อนตำแหน่ง หรือ ถ้าคุณถูกคนรักนอกใจ

ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คุณเจ็บดู และนึกถึงมันว่า คุณไม่ได้โกรธแค้นใครจริงๆ หรือเปล่า? หรือคุณแค่แกล้งทำเป็นว่า คุณไม่เจ็บ? การให้อภัยนั้นอาจใช้เวลาหลายวัน หลายอาทิตย์ หรือแม้กระทั่งหลายปีก็ได้

ไม่ว่าคุณจะให้อภัยอย่างไร?  สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องตกลงกับตัวเองเสียก่อนว่า คุณนั้นพร้อมที่จะให้อภัยแล้วจริงๆ หรือไม่? เพราะมันคือการที่คุณยอมจะปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกแย่ๆ

6
25. เป็นส่วนหนึ่งของเผ่า

“เป็นล้านๆ ปี ที่มนุษย์จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าใดเผ่าหนึ่ง การรวมตัวเป็นเผ่าต้องการสองสิ่ง: ความสนใจร่วมกันและช่องทางการสื่อสาร”

– Seth Godin-

คุณเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าเสมอ แม้ว่า คุณจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เผ่าคือการรวมตัวกันของคนที่มีบางสิ่งร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมบริษัท อยู่หมู่บ้านเดียวกัน หรือเล่นกีฬาด้วยกันก็ตาม

คุณเป็นคนหนึ่งที่พยายามหลีกเลี่ยงการเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าหรือเปล่า? การเป็นส่วนหนึ่งของเผ่า เปิดโอกาสให้คุณพบเจอคนใหม่ๆ และให้ความหมายกับชีวิตของคุณผ่านสิ่งที่คุณมีร่วมกันกับผู้อื่น ต่อให้คุณเป็นคนที่ขี้อาย หรือชอบปลีกวิเวกก็ตาม ลองพยายามบาลานซ์เวลาที่คุณอยู่ตัวคนเดียวกับเวลาเข้าสังคมให้มากขึ้น

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ลองใช้เวลาซัก 2-3 นาทีเพื่อศึกษาว่า ตัวคุณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าใดบ้าง? คุณสามารถมอบประโยชน์อะไรให้กับเผ่านั้นได้ และประโยชน์อะไรที่คุณอาจได้รับจากการเป็นส่วนหนึ่งของเผ่านั้น? ลองมองหาเผ่าอื่นๆ ที่คุณเข้าไปเป็นส่วนร่วมได้ อาจจะเป็นคนที่มีกิจกรรมเสริม หรือความสนใจเหมือนกันกับคุณ ให้เวลากับคนและสิ่งที่คุณสนใจเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุข และอย่าลืมที่จะเอาตัวเองออกมาจากเผ่าแย่ๆ

7
26. แสดงความมั่นใจของคุณออกมา

“ถ้าคุณเชื่อและรู้สึกมั่นใจในตัวเอง คุณสามารถทำอะไรก็ได้ ฉันเชื่ออย่างนั้นจริงๆ”

– Karlie Kloss-

ถ้าคุณสบายใจและพอใจในสิ่งที่คุณเป็น แค่นั้นก็หมายความว่า คุณมีความมั่นใจที่พร้อมแล้วสำหรับการประสบความสำเร็จในชีวิต ความมั่นใจคือการที่คุณรู้สึกดีกับสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่คุณทำ และทางที่คุณกำลังจะก้าวไป มันเกี่ยวกับการที่คุณรู้ว่า อะไรที่คุณรู้ อะไรที่คุณไม่รู้ และกล้าพูดมันออกมา

พยายามอย่าเสียความมั่นใจของคุณในเวลาที่คนอื่นพยายามจะดูถูก ดูแคลนคุณ แน่นอนว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกแย่ เสียใจ และผิดหวัง นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าให้มันมาส่งผลถึงวิธีที่คุณมองตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองเสมอแม้ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

แม้คนที่มั่นใจในตัวเองที่สุดก็ต้องพบเจอกับช่วงเวลาที่ไม่มั่นใจทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ อย่ากลัวที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พูดว่า “เรื่องนี้ฉันไม่มั่นใจจริงๆ” และให้เวลาตัวเองได้เรียนรู้กับมัน ไม่มีใครรู้ทุกอย่างตลอดเวลา และไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

การแกล้งทำเป็นมั่นใจ ก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

คนรอบตัวคุณอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คุณกำลังเล่นละครอยู่ การดูเหมือนคุณมั่นใจ จะทำให้คนอื่นรู้สึกเชื่อมั่นและพร้อมจะเข้าเสวนากับคุณมากขึ้น…ในขณะที่คุณกำลังแสร้งทำเป็นมั่นใจอยู่นั้น อย่าลืมเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำแบบเดียวกันด้วยหล่ะ

อย่ารู้สึกผิดที่ตัวเองกำลังแกล้งทำอยู่ เพราะแม้แต่คนที่มั่นใจในตัวเองมากที่สุดในโลก ก็ยังต้องแกล้งเล่นละครเลย

8
27. ให้เครดิตผู้อื่นเมื่อเขาสมควรได้รับ

“การให้เครดิตผู้อื่นเป็นอุปนิสัยที่ดีมากๆ ประโยชน์ของมันนั้นประเมินค่ามิได้”

– Loretta Young-

เชื่อหรือไม่ว่า สาเหตุหลักของการหย่าร้างไม่ได้เกิดขึ้นจากการนอกใจ และสาเหตุหลักของการลาออกก็ไม่ได้เกิดจากการกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า โดยส่วนมากแล้วทั้งการหย่าร้างและการลาออกเกิดขึ้นเมื่อคนรู้สึกไม่ได้รับเครดิตที่เขาคิดว่า เขาสมควรได้รับ เราทุกคนอยากรู้สึกสำคัญ มันมาจากความรู้สึกพื้นฐานของเราที่ต้องการได้รับความรัก การยอมรับ และการชื่นชม การขอบคุณคนและกล่าวชื่นชมในความเพียรของเขานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

คุณอาจให้เครดิตคนได้สองวิธี – โดยส่วนตัว และสาธารณะ – ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนก็ตาม อย่าลืมที่จะทำมัน

สิ่งที่แย่ซะยิ่งกว่าการไม่ให้เครดิตคนที่สมควรได้รับคือ การที่คนอื่นได้เครดิตไปสำหรับสิ่งที่คุณทำ!

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ฝีกให้เป็นนิสัยประจำวันที่จะขอบคุณและให้เครดิตกับคนรอบตัว คุณไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุการณ์สำคัญใหญ่ๆ ต่อให้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็ได้ นอกจากคำพูดขอบคุณแล้ว คุณอาจซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาเพื่อแสดงความขอบคุณ อย่างช็อคโกแลตซักกล่อง หรือกาแฟซักแก้ว แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และคุณจะเห็นได้ถึงพลังบวกที่มันสร้างได้ทันที

จำไว้ว่า ต่อให้คุณไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า คนรอบตัวของคุณจะไม่ต้องการ เราทุกคนรักที่จะถูกเห็นคุณค่าและได้รับคำชมด้วยกันทั้งนั้น ถ้าคุณคิดว่า คุณลืมที่จะแสดงความขอบคุณให้กับใครซักคน รีบทำซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป

9
28. เลิกยึดติดกับสิ่งของ

“ผมเชื่อว่า สิ่งของนั้นมีส่วนช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น แต่ถ้าคุณไม่มีเพื่อนและญาติมิตรที่ดี ชีวิตของคุณจะเปล่าเปลี่ยวและเศร้าหมอง สิ่งของก็จะหมดความสำคัญไปด้วยเช่นกัน”

– David Rockerfeller-

สิ่งของไม่ใช่เป็นสิ่งที่บ่งบอกคุณค่าของตัวคุณ คุณอาจตื่นเต้นเมื่อได้ของเล่นใหม่อย่างรถสวยๆ ซักคัน แต่หลังจากเลิกเห่อแล้ว คุณคิดว่า มันทำให้คุณมีความสุขและเติมเต็มชีวิตคุณได้จริงหรือ?

ถ้าคุณเป็นคนที่จนมากๆ แน่นอน สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ จะทำให้คุณภาพชีวิตของคุณนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากนั้นไม่ว่าคุณจะอัพเกรดของเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีขึ้น แพงขึ้นไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ส่งผลต่อความสุขของคุณมากขนาดนั้น

ถามใจตัวเองว่า คุณต้องการสิ่งเหล่านี้เพราะมันทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นจริงหรือเปล่า? หรือคุณแค่พยายามโชว์ให้คนอื่นเห็นว่า คุณประสบความสำเร็จแล้ว อย่าโกหกตัวเองว่า คุณซื้อเพราะอะไรกันแน่ คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น ไม่จำเป็นจะต้องใช้สิ่งของมาพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ทำลิสต์ของสิ่งที่คุณเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ต่างๆ มีอะไรบ้างที่คุณได้ใช้จริงๆ และอะไรที่คุณลืมไปแล้วว่า คุณมี? ทำชีวิตของคุณให้ง่ายขึ้น อะไรที่คุณไม่ได้ใช้ ก็อย่ากลัวที่จะนำไปบริจาคให้คนอื่นที่จะได้รับประโยชน์จากมันมากกว่า สร้างวินัยให้กับตัวเองโดยการห้ามซื้อของใหม่จนกว่าจะโละของเก่าทิ้งไปซะก่อน

อย่าลืมนึกถึงนิสัยของตัวเองว่า ทำไมคุณถึงมีสิ่งของพวกนี้มากมายนัก? นิสัยอะไรที่คุณจะต้องเปลี่ยนเพื่อที่จะไม่ต้องไปเปลืองเงินกับมันโดยใช่เหตุ?

10
29. สร้างมิตรแท้

“วิธีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดในการเข้าหาผู้อื่นคือ การฟัง ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ฟัง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะสามารถให้กันได้ก็คือความใส่ใจ”

– Rachel Naomi Remen-

เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะประสบความสำเร็จโดยไม่สร้างมิตรแท้ที่เข้าใจและยอมรับคุณอย่างจริงใจ ความสำเร็จมาจากการที่คุณมีคนที่พร้อมจะตามคุณ ทำงานร่วมกับคุณ ช่วยเหลือและเชื่อมั่นในตัวคุณ การที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้นั้น พวกเขาจะต้องเข้าใจ เชื่อถือ และเห็นตรงกับคุณเสียก่อน บางครั้งมันก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่บางครั้งคุณก็ต้องใช้ค่อยๆ สร้างมันขึ้นมา

ผู้หญิงนั้นเก่งในเรื่องการสร้างมิตรแท้มากกว่าผู้ชาย เพราะพวกเธอสามารถสื่อสารได้ดีกว่า ฟังมากกว่า และใส่ใจมากกว่า ผู้ชายนั้นอาจจะต้องพยายามมากกว่าซักหน่อย

บางครั้งคุณก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนกลายมาเป็นมิตรแท้ของคุณ คุณอาจไม่อยากได้อย่างนั้นก็ได้ เพราะคุณจะเจอคนที่คุณรู้สึกว่าเห็นแก่ตัวเกินไป น่าเบื่อเกินไป แต่ถ้าคนเหล่านี้เป็นคนที่คุณจะต้องพบเจออยู่บ่อยๆ คุณก็ควรที่จะผูกมิตรไว้ในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าคุณหยิ่งจนเกินไป

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

พื้นฐานของการมิตรแท้ที่ยั่งยืนก็คือ คุณมีสิ่งที่คล้ายๆ กัน ลองใช้เวลาเพื่อศึกษาว่า อีกฝ่ายกำลังคิดอะไร? ต้องการอะไร? ชอบทำอะไร? และมีความเชื่ออย่างไร? และใช้จุดที่คล้ายกันนำมาพัฒนาความสัมพันธ์ แต่คุณก็ควรที่จะซื่อสัตย์ต่อตัวเอง อย่าใช้คำโกหกเพื่อประจบสอพลอ

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ก็คือ เลียนแบบในสิ่งที่เขากำลังทำ ถ้าเห็นอีกฝ่ายกำลังยืนก็ให้คุณยืนด้วย ถ้าอีกฝ่ายกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ คุณก็ควรทำเหมือนกัน นี่จะทำให้จิตใต้สำนึกของเขารู้สึกเป็นมิตรกับคุณโดยเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

อย่าลืมที่จะทำตัวเป็นคนที่คนรอบข้างอยากอยู่ด้วย ระวังอย่าเห็นแก่ตัวหรือเอาแต่พูดเกี่ยวกับตัวเองมากจนเกินไป

11

  1. 30. ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

“การมีสติ คือการมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน โดยไม่หวังลมๆ แล้งๆ ว่า มันจะเป็นแบบอื่น”

– James Baraz-

การมีสติ คือการที่คุณมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันและปัจจุบันเท่านั้น โดยไม่คิดมากถึงอดีตที่มันผ่านไปแล้ว และไม่ไปเครียดกับสิ่งที่ยังไม่เกิดในอนาคต เพียงการที่คุณให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้

การมีสติ คือการที่คุณทิ้งนิสัยเช่น

  • คิดถึงอดีตและรู้สึกผิดต่อสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ
  • เครียดกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันนี้หรืออาทิตย์หน้า
  • กลัวที่จะลงมือทำอะไรในวันนี้ เพราะกลัวถึงผลกระทบของมันในวันหน้า

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

มันอาจเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำให้ตัวเองเลิกคิดถึงร้อยสิ่งอย่างที่ผ่านเข้ามาในสมองของคุณโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่คุณทำได้คือ หาความสงบ และลดเสียงรบกวนจากมัน เป้าหมายของคุณคือ เลิกสนใจทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา และลดจำนวนสิ่งที่วิ่งผ่านเข้ามาในหัวของคุณ

ลองฝึกนั่งสมาธิ เพื่อหาความเงียบและให้ความคิดของคุณทำงานช้าลง ในระหว่างที่คุณกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น เรียนรู้ที่จะให้ความคิดต่างๆ ผ่านเข้ามาในหัวคุณและผ่านออกไป โดยไม่ต้องไปคิดถึงมันให้มากจนเกินไป เรียนรู้ที่จะมีความสุขในความเงียบสงบ และคุณจะพบว่า คุณอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น

หยุดและให้ความสำคัญกับสิ่งรอบกายของคุณให้มากขึ้น ให้สมองคุณเรียนรู้ที่จะโฟกัสกับอะไรที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ความรู้สึกของคุณในปัจจุบัน ถ้าคุณกำลังทานข้าวอยู่ ก็แค่เอ็นจอยกับอาหารมื้อนั้น บรรยากาศรอบๆ ตัว อย่าไปสนใจว่า มันจะราคาเท่าไหร่? หรือมันทำยากไหม? หรือไปนั่งคิดว่า ขี้เกียจล้างจาน แค่ปล่อยให้ตัวเองลิ้มรสของอาหารที่อยู่ตรงหน้าก็พอ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง…

อย่าลืมนำไปลองทำดูกันนะ

พบกันใหม่กับตอนที่ 4 31-40 เร็วๆ นี้

Related Post :
Share It!