100 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขาทำกัน

ตอนที่ 9 81-90

 

Be The Victor  ขอนำเสนอไอเดียที่จะพาคุณเข้าใกล้เป้าหมายของความสำเร็จ ตอนที่ 9 81-90

81.โฟกัสไปที่การสร้างความเป็นตัวเรา ไม่ใช่สนใจแค่การเป็นที่นิยม

“ผมไม่สนใจว่า คนจะชอบหรือไม่ชอบผม ผมไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพื่อเป็นคนที่ดังที่สุด ผมอยู่ที่นี่เพื่อเป็นคนที่ดีที่สุดที่ผมเป็นได้”

– Tab Hunter-

ทุกวันนี้ เราตกอยู่ในวัฒนธรรม “Like” ที่ Facebook , YouTube  และ Instagram ทำให้กลายเป็นเรื่องปกติที่คนจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง Like แต่เราเคยถามตัวเองหรือเปล่าว่า ทำไปเพื่ออะไร?

รายการ Reality TV หรือประกวดเต้น ประกวดร้องเพลงในปัจจุบันก็ช่วยส่งเสริมให้คนคิดว่า “ความดัง” นั้นก็เป็นเป้าหมายในชีวิตอย่างหนึ่ง และการเป็นคนที่ได้โหวตหรือได้ Like เยอะๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี

แต่การได้ like จะทำให้คุณมีความสุขหรือรู้สึกประสบความสำเร็จได้จริงหรือเปล่า? ความดังแบบชั่วคราวเช่นนี้ มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่สิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลาคือ ความเป็นตัวตนที่คุณสร้างขึ้นมา

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

คนเดียวที่คุณต้องการได้รับการยอมรับจากเขาก็คือ ตัวของคุณเอง เรียนรู้ที่จะให้คุณค่า ยอมรับ และรักตัวเอง

ไม่ว่าคุณเลือกจะแสดงออกอย่างไร? สิ่งนั้นควรเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือคุณ…หยุดนิยามตัวเองตามภาพที่คนนอกมองเห็นคุณ แต่จงมองลึกเข้าใจข้างใน และสร้างคำนิยามของตัวคุณเองขึ้นมา ผ่านกรอบความคิดของตัวเอง

เลิกสนใจว่า คนอื่นจะชอบการตัดสินใจของคุณหรือไม่? เพราะคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ เขาจะไม่ตัดสินคุณจากสิ่งภายนอกอยู่แล้ว

การที่เราจะทำอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนรอบข้างชอบนั้นเป็นเรื่องที่ยากเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการความรักและการยอมรับจากพวกเขา มันยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากที่เราจะทำพวกเขาผิดหวัง ถ้าคุณเลือกที่จะเอาใจคนรอบข้าง มันอาจมีบางส่วนของคุณที่คุณเลือกจะเสียสละและไม่แสดงออกหรือเปล่า? คุณไม่จำเป็นจะต้องออกไปดื่มกับเพื่อนๆ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม หรือคุณไม่จำเป็นจะต้องใส่เสื้อผ้าแพงๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ

เริ่มตั้งแต่วันนี้ หยุดตัดสินใจเพราะคุณต้องการเอาใจผู้อื่น แต่จงตัดสินใจเพื่อเป้าหมาย และความฝันของตัวเอง

82.บอกลาคนที่ไม่ดี

“ความสัมพันธ์แย่ๆ นั้นนอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุขแล้ว ยังทำให้เรามีทัศนคติที่แย่ๆ ที่จะทำลายความสัมพันธ์ดีๆ ของเรา รวมถึงทำให้เรามองไม่เห็นว่า ทุกอย่างมันสามารถดีกว่าได้ขนาดไหน”

– Michael Josephson-

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงผลเสียของการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แย่ แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือ การอยู่ท่ามกลางคนที่แย่ๆ นั่นอาจหมายถึงเพื่อน คนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน ที่สร้างบรรยากาศที่มีแต่พลังในแง่ลบ มีแต่ความอิจฉา หรือพูดจาดูถูก

มันเป็นเรื่องไม่แปลกเลยถ้าคุณจะได้เจอกับ

  • คนที่คิดว่า ตัวเองจะต้องถูกตลอดเวลา
  • พ่อแม่ที่มองไม่เห็นคุณค่าของความฝันของคุณ
  • เพื่อนที่ไม่ซื่อสัตย์
  • คนที่พยายามบอกว่า คุณควรทำอะไรกับชีวิตของคุณ
  • หรือคนที่คอยกดดันให้คุณทำสิ่งที่คุณไม่อยากทำ

เราทุกคนมีคนรอบตัวที่เป็นพิษ และมันถึงเวลาหรือยังที่คุณจะบอกลาคนพวกนี้?

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

มันไม่ใช่เรื่องแย่ที่เราพยายามจะมองหาข้อดีในคนรอบตัวของเรา หรือพยายามหาเหตุผลให้กับการกระทำแย่ๆ ที่เขาทำกับเรา แต่แทนที่จะไปหาข้ออ้างแทนพวกเขา คุณควรจะโฟกัสไปที่สิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเอง สิ่งที่ทำให้คุณสบายใจที่สุด ซึ่งถ้าคุณเหลืออดกับบางคนแล้วจริงๆ คุณอาจเลือกที่จะตัดขาดจากพวกเขาเสียตั้งแต่วันนี้

คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเวลากล่าวคำปฏิเสธ หรือตัดสินใจไม่เข้าร่วมกิจกรรมอะไรบางอย่างที่คุณไม่ได้อยากจะไป เรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างสุภาพดีกว่าจะต้องไปเจอกับคนแย่ๆ ที่คุณไม่ได้อยากจะเจอ

มันจะมีคนที่คุณไม่สามารถหนีพ้นได้เพราะพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ สิ่งที่คุณทำได้ก็คือ ลดเวลาที่คุณจะต้องใช้อยู่กับพวกเขาแทน

4
83.เรียนรู้จากคุณปู่คุณย่าของคุณ

“เราควรมีคนหนึ่งคนในชีวิตที่หนุนหลังเราเสมอไม่ว่าเราจะผิดหรือถูกก็ตาม…สำหรับผม คนคนนั้นคือ คุณยายของผมเอง”

– Phyllis Theroux-

ถ้าคุณโชคดี คุณอาจมีคุณปู่คุณย่าที่ช่วยเลี้ยงคุณ สั่งสอน และให้ความรัก พวกเขาสามารถให้ความรู้กับคุณได้มากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือ พวกเขาเข้าใจพ่อแม่ของคุณดีที่สุด ดังนั้นพวกเขาสามารถช่วยเหลือคุณได้ยามคุณมีปัญหากับพ่อแม่ของตัวเอง

คุณไม่สามารถโกหกคุณปู่คุณย่าเหมือนอย่างที่คุณสามารถโกหกเพื่อน ญาติๆ หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ของคุณเอง นั่นเพราะพวกเขาอยู่มานานจนเห็นมาหมดทุกอย่างแล้ว พวกเขารู้หมดว่า คุณจะมามุกไหนและมองคุณออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม คุณปู่คุณย่าของคุณสามารถให้อะไรต่ออะไรกับคุณได้อย่างมากมาย อย่างที่คนอื่นไม่สามารถให้ได้ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะแชร์เรื่องราวของคุณกับพวกเขา ไม่ว่าจะเรื่องความคิด ความฝัน หรือความกลัวของคุณ

เพราะพวกเขาอยู่มานานและเห็นอะไรมาเยอะ ซึ่งทำให้พวกเขามีมุมมองที่แตกต่างต่อทุกสิ่งในชีวิต ความสัมพันธ์ต่างๆ ความสุข ความเศร้า หน้าที่การงาน ความล้มเหลว และความสำเร็จ พวกเขาสามารถให้คำแนะนำดีๆ กับคุณได้มากมาย

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาเยอะๆ เล่าเรื่องราวของคุณให้พวกเขาฟัง และเปิดใจรับฟังความเห็นของพวกเขา

ไม่ใช่แค่กับคุณปู่คุณย่าของคุณเท่านั้น คุณลุงคุณน้าคนอื่นๆ ของคุณด้วยเช่นกัน อย่าลืมติดต่อกับพวกเขาบ้าง

ลองถามพวกเขาถึงเรื่องราวและความทรงจำดีๆ ในชีวิตของเขา สิ่งที่คุณได้ฟังจะเติมเต็มความหมายในชีวิตคุณได้มาก รวมถึงทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับครอบครัวของคุณมากขึ้นอีกด้วย มันเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้หลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิต และได้ไปรับฟังประสบการณ์ดีๆ จากผู้อื่นบ้าง

5
84.สร้างความเป็นตัวตนที่คุณจะภูมิใจ

“ใส่ใจความเป็นตัวตนของเราให้มากกว่าเรื่องชื่อเสียงที่ได้รับ เพราะความเป็นตัวตนคือ สิ่งที่คุณเป็นจริงๆ แต่ชื่อเสียงนั้นเป็นแค่สิ่งที่คนอื่นคิดว่า คุณเป็น”

– John Wooden-

คุณเป็นคนอย่างไรเวลาที่คุณอยู่ลับสายตาจากผู้อื่น? มีคำกล่าวว่า คุณสามารถตัดสินความเป็นตัวตนของคนได้จากการกระทำของเขาเวลาที่เขาอยู่คนเดียว ในช่วงเวลาเหล่านี้คุณเป็นคนอย่างไร? คุณเป็นคนมีน้ำใจหรือใจแคบ คุณขี้เกียจหรือขยัน? คุณจะใช้คำอะไรนิยามบุคลิกของคุณ ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากการกระทำ มุมมองต่อโลก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และกรอบความคิดของคุณ?

อย่าแปลกใจที่คุณจะเห็นใครบางคนเผยธาตุแท้ของเขาออกมา เวลาที่เขาถูกกดดันมากๆ หรือเครียดมากๆ ซึ่งนั่นอาจทำลายภาพลักษณ์ที่เขาบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตได้! สร้างบุความเป็นตัวตนของคุณขึ้นมา ให้เป็นสิ่งที่คุณสามารถภูมิใจไปกับมันได้ เพื่อที่คุณจะเป็นคนคนเดียวกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ทางเดียวที่จะมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงคือ คุณจะต้องพัฒนาความเป็นตัวตนของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่คุณอยากจะหลบซ่อนจากคนอื่น การกำจัดข้อบกพร่องในความเป็นตัวตนของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันอาจติดตัวคุณมาตั้งแต่เด็กและกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนคุณไปซะแล้ว

แต่ถ้าคุณชัดเจนในจุดที่ต้องการแก้ไข คุณสามารถเริ่มพัฒนามันได้ตั้งแต่วันนี้ คุณอาจลองใช้วิธีเหล่านี้ได้

  • เริ่มสังเกตพฤติกรรมของตัวเองอย่างจริงจัง รวมถึงจดโน้ตถึงสิ่งที่คุณเห็นด้วย…มีนิสัยอะไรที่คุณพยายามหลบซ่อนจากคนอื่นหรือเปล่า? อะไรที่คุณอายที่จะให้คนอื่นได้รับรู้? มีนิสัยอะไรที่คุณไม่อยากให้เพื่อนใหม่ของคุณรู้เกี่ยวกับตัวคุณบ้างไหม?
  • ลองถามความเห็นจากเพื่อนสนิท และครอบครัวของคุณดูว่า พวกเขามองเห็นคุณเหมือนที่คุณมองเห็นตัวเองหรือเปล่า? มีจุดไหนที่แตกต่างกันบ้างหรือไม่?
  • เรียนรู้จากคำแนะนำและข้อติเตียนจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะจากบริษัทที่ทำงาน

มันไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ ถ้าคุณพยายามแก้ไขข้อบกพร่องในความเป็นตัวตนของตัวเองให้เรียบร้อย…แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ยังถูกรายล้อมไปด้วยคนที่มีข้อบกพร่องเต็มไปหมด คุณควรหาวิธีดีๆ และความกล้าที่จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพื่อให้พวกเขาสามารถมองเห็นจุดด้อยของตัวเองเช่นกัน แต่ระวังอย่าทำมันบ่อยจนเกินไป และเก็บเอาไว้ใช้เฉพาะกับคนที่คุณแคร์มากจริงๆ เท่านั้น

6
85.ฝึกเป็นคนรู้คุณคน

“เราควรรู้สึกขอบคุณต่อคนที่มอบความสุขให้กับเรา พวกเขาเปรียบเสมือนคนสวนที่น่ารักที่ทำให้จิตใจเราเบิกบาน”

– Marcel Proust-

การรู้สึกขอบคุณนั้นดีต่อสุขภาพของคุณ ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่แสดงออกถึงความขอบคุณนั้น มีคุณภาพการนอนที่ดีกว่า อารมณ์ดีกว่า รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโลกหัวใจด้วย

น่าเสียดายที่เรามักจะมองเห็นข้อผิดได้ง่ายกว่าที่จะมองเห็นอะไรดีๆ ให้เรารู้สึกขอบคุณได้ มันง่ายที่เราจะมองข้ามภาพใหญ่เพราะมัวแต่สนใจรายละเอียดปลีกย่อยที่ขัดหูขัดตา คุณอาจเคยเห็นคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล แล้วมานั่งบ่นว่า เบื่อหรืออาหารไม่อร่อย แทนที่จะรู้สึกขอบคุณที่ตอนนี้พวกเขาหายดีแล้ว

Social media ต่างๆ ก็ส่งเสริมให้เราตั้งความคาดหวังสูงขึ้น จนกลายเป็นว่า เราเอาแต่บ่นเพราะเรื่องนู้นเรื่องนี้ไม่ได้ดั่งใจ แทนที่จะรู้สึกขอบคุณกับมัน

ถ้าคุณอยากที่จะประสบความสำเร็จ เริ่มต้นง่ายๆ แค่รู้สึกขอบคุณ และกล่าวคำขอบคุณออกมาอย่างจริงใจ

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

เริ่มต้นจากการเปลี่ยนมุมมองของตัวเองก่อน คุณควรใช้ชีวิตด้วยทัศนคติที่เปรียบเสมือนน้ำเต็มแก้วที่พร้อมจะกล่าวคำขอบคุณแก่ผู้อื่นอย่างจริงใจ จำไว้ว่า คุณควรกล่าวคำขอบคุณก่อนคำติเตียนเสมอ

ถามตัวเองว่า วันนี้คุณรู้สึกขอบคุณกับอะไร? และคุณสามารถไล่ย้อนกลับไปได้ไหมว่า ใครคือคนที่สมควรได้รับคำขอบคุณจากคุณ มันอาจเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัวของคุณก็ได้ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในคำขอบคุณของคุณเสียหน่อย อาจเป็นการ์ดสวยๆ หรือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้

คุณควรพกสมุดโน้ตเล็กๆ ติดตัวไว้ด้วย สำหรับจดสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกขอบคุณ ไม่สำคัญว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยขนาดไหน แค่เขียนมันลงไป พร้อมกับบุคคลที่สมควรได้รับคำขอบคุณนั้น

7
86.โฟกัสที่ข่าวดี

“ข่าวร้ายขายได้เสมอ เพราะสมองของเราไม่หยุดที่จะหาอะไรซักอย่างมาให้ทำให้เรากลัว”

– Peter Diamandis-

โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย และวิธีที่คุณจัดการกับมันจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณ สำหรับคนส่วนมากนั้น พวกเขาอาจแค่พยายามไม่ฟังมันซะเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องมารับฟังเรื่องราวแย่ๆ ซึ่งมองผิวเผินมันก็อาจเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดี แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือ ตัดขาดตัวเองจากโลก! ข้อดีของการรับฟังข่าวร้ายก็คือมันช่วยพัฒนาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคุณได้ ไม่แน่…คุณอาจรู้สึกทนไม่ไหว จนตัดสินใจว่า จะต้องออกมาทำอะไรซักอย่างให้โลกนี้มันน่าอยู่ขึ้นก็ได้

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่คือ การหยุดไม่ให้ตัวเองรู้สึกห่อเหี่ยวท้อแท้ไปกับข่าวร้าย พลังงานแง่ลบมากมายที่ถาโถมเข้ามาหาคุณอย่างไม่หยุดหย่อน อาจทำให้คุณทิ้งความฝัน ทิ้งความเชื่อที่ว่า คุณสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ไปจนหมดสิ้น

อย่าปล่อยให้ข่าวร้ายเป็นสิ่งที่หยุดคุณจากการตามหาความสำเร็จและชีวิตที่ดี เพราะนั่นคือ สิทธิ์ของคุณ!

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

พยายามบาลานซ์ข่าวดีและข่าวร้ายที่คุณเสพ ถ้าคุณได้รับฟังข่าวร้ายมาหนึ่งเรื่อง พยายามหาข่าวดีมาซักเรื่องเช่นกันให้มันหักล้างกันบ้าง ลองหาเรื่องราวดีๆ อ่านในทุกๆ วัน เพื่อให้คุณเองได้เห็นว่า มันมีสิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นบนโลกนี้เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่เรื่องแย่ๆ

ในวงสนทนาก็เช่นกัน มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่บทสนทนาจะพาคุณไปยังเรื่องแย่ๆ หรือข่าวที่ฟังแล้วเศร้า อย่ากลัวที่จะเปลี่ยน topic กลางวงไปพูดเรื่องอื่นแทน เพราะถึงแม้ว่าสำนักข่าวและทีวีทุกช่องจะชอบหมกมุ่นอยู่กับข่าวร้าย เพื่อนๆ ของคุณอาจไม่ได้เห็นด้วย

8
87.ความสำเร็จที่แท้จริงนั้น ไม่สามารถปลอมแปลงขึ้นมาได้

“เราเป็นในสิ่งที่เราแสร้งว่า เราเป็น ดังนั้นจงระวังในสิ่งที่คุณกำลังแสร้งเป็นอะไรอยู่”

– Kurt Vonnegut-

เราทุกคนนั้นกำลังเล่นละครหลอกคนอื่นอยู่ไม่มากก็น้อย เราเล่นละครตบตาคนอื่นว่า เรามีความสุข เรามีความรัก เรามีเงินเหลือใช้ จนบางครั้งมันอยากที่จะบอกว่า อะไรเป็นเรื่องจริง อะไรเป็นเรื่องหลอก เพราะ “เปลือก” ของทุกคนดูช่างสวยงามเหลือเกิน คุณเห็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างฟู่ฟ่า กินแพง เที่ยวหรู แต่ลับหลังอาจเป็นหนี้บัตรเครดิตจนหัวฟู หรือพนักงานใหม่ไฟแรงที่ใจจริงแล้วเกลียดงานนี้จนทนแทบไม่ไหว

สัจธรรมคือ มันง่ายที่คุณจะโกหกคนอื่น รอยยิ้มสวยๆ สูทเนี้ยบๆ ซักตัว พักร้อนต่างประเทศ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนอื่นเชื่อ แต่คุณโกหกตัวเองไม่ได้! ความสำเร็จที่แท้จริงมาจากการที่คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิต ทำความฝันของคุณให้เป็นจริง

แค่การแสร้งทำเป็นว่า ประสบความสำเร็จนั้นมันไม่พอ เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงมันก็จะโผล่มาอยู่ดี

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ความท้าทายของคุณคือ การอยู่เหนือความเชื่อที่ว่า คุณสามารถมีทุกอย่าง และเป็นทุกอย่างที่คุณฝันจะเป็นได้ หันหลังให้กับชีวิตที่มีหนี้บัตรเครดิตท่วมหัว เรซูเม่ปลอมๆ และชีวิตฟู่ฟ่าแบบปลอมๆ

ยอมรับกับตัวเองว่า ชีวิตนั้นคือการเดินทาง และไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไรก็ตาม มันจะต้องใช้เวลา หยุดแสดงละครว่า คุณประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าหากคุณรู้ตัวว่า คุณยังต้องเดินอีกไกล

ถ้ามีเรื่องหนึ่งในชีวิตที่คุณจะสามารถแสดงละครได้ สิ่งนั้นก็คือ ทัศนคติของคุณ ปรับกรอบความคิดของคุณให้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว แสดงละครไปเรื่อยๆ ซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งมันกลายเป็นทัศนคติคุณเอง

9
88.อย่ายอมแก่

“ตอนอายุ 20 เรากังวลว่า คนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา ตอนอายุ 40 เราไม่สนว่า คนอื่นจะคิดอะไรกับเรา ตอนอายุ 60 เราค้นพบว่า คนอื่นไม่ได้คิดถึงเราเลยแม้แต่น้อย”

– Ann Landers-

คุณไม่ได้แก่เกินกว่าจะตามไล่ล่าหาความฝันอีกครั้ง หรือทำตัวบ้าบ้าบอบอตามใจตัวเอง คุณจะสามารถบอกคนอื่นได้อย่างไรว่า คุณมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าหากคุณไม่สามารถใช้อิสรภาพที่คุณหามาได้อย่างเต็มที่?

ข้อดีของการกลายเป็นคนแก่คือ โมเมนต์ที่คุณค้นพบว่า คุณไม่จำเป็นจะต้องทำตามความคาดหวังของใครอีกแล้ว ยิ่งคุณแก่ขึ้น ภาระหน้าที่ต่อสังคมของคุณก็น้อยลง คุณไม่ต้องคอยทำให้คนอื่นประทับใจอีกแล้ว และคุณก็สามารถเป็นตัวคุณได้อย่างเต็มที่เสียที ยิ่งคุณเข้าใจความจริงข้อนี้ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

คุณควรใช้ชีวิตให้คุ้ม เมื่อคุณยังมีแรง มีสุขภาพที่ดี และมีเงิน ถ้าไม่เริ่มตอนนี้…แล้วคุณจะรอถึงเมื่อไหร่?

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

คุณมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่คุณชอบ อันไหนที่คุณจำเป็นต้องเก็บเอาไว้บนหิ้ง เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวหรือเปล่า? ถึงเวลาปัดฝุ่นมันกลับมาอีกครั้ง เปิดโอกาสให้กับตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยการทำสิ่งที่คุณหลงใหล ให้ความอยากรู้อยากเห็นเติมไฟให้คุณอีกครั้ง จะสนใจไปทำไมว่า คุณอายุเท่าไหร่แล้ว?

คุณไม่จำเป็นจะต้องสนด้วยว่า คนอื่นจะมองคุณอย่างไร? อย่าไปสนหากคนอื่นจะหัวเราะเยาะ ถ้าคุณจะใส่บิกินี่ไปนอนอาบแดด หรืออยากไปแดนซ์กระจายในคอนเสิร์ตกับเด็กรุ่นหลาน คุณไม่จำเป็นจะต้องขออนุญาตใครเพื่อทำตามใจของตัวเอง จงภูมิใจในตัวของคุณ และทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ

10
89.หายใจลึกๆ

“ลมหายใจคือชีวิต ฝึกการหายใจให้ดีแล้วคุณจะอยู่บนโลกนี้อย่างยาวนาน”

– Sanskrit proverb-

ครั้งสุดท้ายที่คุณคิดถึงการหายใจของคุณคือเมื่อไหร่? คุณอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต! การหายใจนั้นเปลี่ยนไปตามกิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่ เราจะหายใจถี่และเร็วในเวลาที่เรากำลังกลัว ตื่นเต้น หรือเครียด ขณะที่เราจะหายใจช้าและเบาหากเรากำลังผ่อนคลาย

ในขณะที่สถานการณ์มีอิทธิพลต่อวิธีที่คุณหายใจ การหายใจของคุณก็มีอิทธิพลต่อคุณเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามักจะบอกให้คนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่ให้หายใจลึกๆ การหายใจอย่างถูกวิธีสามารถช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของคุณได้มากมาย ประโยชน์ของการหายใจลึกๆ ก็คือ

  • เป็นการคลายเครียดที่ดี
  • ทำให้หัวใจแข็งแรง ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ทำให้รู้สึกมีแรงมากขึ้นเพราะร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่
  • ทำให้การทำงานของร่างกายดีขึ้น รวมถึงระบบประสาท ระบบไหลเวียนเลือด ระบบทางเดินอาหาร และการทำงานของปิด

ใครจะคิดว่า แค่ฝึกการหายใจอย่างถูกวิธี จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้มากขนาดนี้?

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงในการหายใจของคุณ คุณใช้จมูกหายใจ หรือใช้ปาก หรือว่าใช้ทั้งคู่? คุณหายใจขึ้นหรือช้าลง เปลี่ยนไปตามอารมณ์และกิจกรรมที่กำลังทำอยู่หรือเปล่า? คุณหายใจลึกลึกบ่อยแค่ไหน?

แม้กระทั่งเวลาที่คุณผ่อนคลายอย่างสุดๆ คุณก็อาจไม่ได้หายใจลึกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ปกติหายใจสั้นสั้นถี่ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากโลกที่วุ่นวายและโกลาหล

วิธีหายใจที่ถูกต้องคือ การหายใจลึกๆ แต่คุณอาจต้องมีสมาธิกับมันและฝึกฝนมันดูซักหน่อย

  • หายใจช้าๆ ยาวๆ หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก
  • หายใจเข้าช้าๆ นาน 5 วินาที และให้นึกภาพลมเข้าไปในปอด และท้องของคุณด้วย
  • กลั้นหายใจไว้ 3-4 วินาทีก่อนจะหายใจออก

ที่สำคัญคือ คุณจะต้องอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ด้วย ถ้าคุณอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ คุณอาจลองนึกถึงการย้ายที่อยู่

11
90.ไปเที่ยวไกลๆ

“บางครั้งการไปเที่ยวไกลๆ ก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกใจแคบ แต่การได้ออกไปเห็นว่า คนทุกคนนั้นหัวเราะ ร้องไห้ เจ็บปวด และตายเหมือนๆ กันทั้งหมด บางทีเราอาจคิดได้ว่า ถ้าเราลองพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเราดู บางทีเราอาจกลายเป็นเพื่อนกันก็ได้”

– Maya Angelou-

“การท่องเที่ยวเป็นของสิ่งเดียวที่คุณซื้อแล้วทำให้คุณรวยขึ้น” การออกจาก comfort zone ของตัวเองไปเจอกับอะไรใหม่ๆ สิ่งที่คุณไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสนั้นเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่

การหนีไปเที่ยวนั้นยังเป็นวิธีที่ดีให้คุณได้เปิดใจรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ด้วย ลองใช้เวลาไปสัมผัสว่า คนจากส่วนอื่นของโลกเขาใช้ชีวิตอย่างไร? มีปัญหาอะไรในชีวิต? มันเป็นโอกาสให้คุณได้เข้าใจคนที่เขาอาจไม่โชคดีเท่ากับคุณได้

คุณอาจไม่มีปัจจัยพร้อมจะไปบินเที่ยวรอบโลก ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินมากขนาดนั้น แต่มันไม่สำคัญว่า คุณจะไปที่ไหน ขอแค่คุณออกไปเปิดโลกของคุณ แค่นี้คุณก็จะร่ำรวยขึ้นแล้ว

 

เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร?

ใช้วันลาของคุณให้ครบเสมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้ ใช้มันไปกับการไปยังที่ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน ที่ที่ทำให้คุณตื่นเต้นเหมือนได้กลับเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่ว่ามันจะเป็นที่ที่อยู่ห่างคุณไม่กี่ชั่วโมง หรืออยู่อีกซีกโลกก็ตาม

ถ้าคุณต้องตัดสินใจเลือกระหว่างซื้อของ หรือไปเที่ยว จำไว้ว่า เลือกไปเที่ยวเสมอ

ในระหว่างที่คุณเที่ยวนั้น ตั้งเป้าไว้ว่า คุณจะต้องเข้าไปทำความรู้จักกับคนท้องถิ่น วัฒนธรรม และอาหารของที่นั้นๆ ตั้งเป้าไว้ในการไปพบ ไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยเห็น วิธีคิดใหม่ๆ อาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยกิน

ถ้าคุณไปเที่ยวในประเทศที่ด้อยพัฒนา ลองใช้เวลาอยู่กับคนที่ฐานะต่ำกว่าคุณ ไปทำความรู้จักและศึกษาชีวิตของพวกเขา

 

อย่าลืมนำไปลองทำดูกันนะ

พบกันใหม่กับตอนสุดท้าย ตอนที่ 10 91-100 เร็วๆ นี้

Related Post :
Share It!