100 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขาทำกัน

ตอนที่1 1-10

ความสำเร็จของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร? ได้เลื่อนตำแหน่ง? ได้ทำงานในระดับบริหาร? เป็นเจ้าของกิจการ? ลดน้ำหนักได้สำเร็จ?

ความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร…ความฝันอันสูงสุดของคุณอาจเป็นสุดยอดเชฟ ในขณะที่เพื่อนของคุณอาจเกลียดการทำอาหารเข้าไส้ก็ได้

 

วันนี้ Be The Victor ได้เรียบเรียงสิ่งที่จะช่วยให้คุณพิชิตเป้าหมายในชีวิต จากหนังสือชื่อ “100 Thinks Successful People Do” ของ Nigel Cumberland (2017) พบกับไอเดียใหม่ๆ ที่จะพาคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เป็นเหมือนแนวทางที่เตรียมให้คุณพร้อมจะประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่วันนี้

Be The Victor หวังว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถประสบความสำเร็จบนเส้นทางของตัวเองเช่นกัน

เริ่มตอนที่ 1 1-10 กันเลยนะครับ

        1.ทำตามความฝันของตัวเอง

“ชีวิตของคุณจะดีขึ้นมากถ้าคุณได้ทำตาม passion ของคุณ…คนที่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มักจะมีความสุขกับชีวิตมากกว่าคนอื่น แค่เพราะเขากำลังเดินตามความฝันของตัวเอง”

– Richard Branson –

เบื้องหลังของคนที่ประสบความสำเร็จทุกคน ก็คือ ความฝันของเขาได้ถูกทำให้กลายเป็นความจริง หลายๆ ครั้งเรามักจะลืมหรือมองข้ามไปว่า อะไรกันแน่คือสิ่งที่เรารักที่จะทำ เรามักปล่อยให้ชีวิตของเราถูกกำหนดโดยบริบทของสังคม หรือครอบครัวและคนรอบข้างของเราอยู่เสมอ อย่าลืมที่จะมองกลับมาที่ตัวเองว่า คุณต้องการอะไรจริงจริง แม้ในหลายๆครั้ง การตัดสินใจของคุณอาจจะขัดแย้งกับคนรอบข้างอยู่บ้างก็ตาม

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเลยคือ คุณจะต้องถามตัวเองก่อนว่าอะไรคือ passion ของคุณ? คำถามเหล่านี้อาจช่วยคุณได้

  • ตอนเด็กๆคุณชอบทำอะไร หรืออยากโตมาเป็นอะไร?
  • ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา คุณจะเลือกทำอาชีพอะไร?
  • ส่วนไหนในงานของคุณเป็นสิ่งที่คุณชอบ และอยากทำเพิ่มขึ้นอีก?
  • คุณชอบทำอะไรในเวลาว่าง?
  • ลองมองไปที่ชีวิตของคนที่อยู่รอบๆ คุณ มีส่วนไหนไหมที่คุณรู้สึกอิจฉา?

ถ้าคุณรู้แล้วว่า passion ของคุณคืออะไรแล้ว อย่าลืมที่จะปกป้องมันจากความคิดในแง่ลบ เพราะความคิดเช่น “ฉันแก่เกินไป หรือเด็กเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้” จะอยู่กับตัวคุณตลอดเวลา ทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จจะบอกคุณว่า มันมีข้ออ้างที่จะไม่เริ่มทำอะไรอยู่เสมอ คุณแค่ต้องพยายามรวบรวมความกล้าและออกไปทำมัน

             2. ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
“คนที่ซีเรียสกับตัวเองมากจนเกินไปอาจดูน่าขบขันสำหรับผู้อื่น…แต่คนที่สามารถหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเองได้นั้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น”

– Vaclav Havel

มันต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะพูดออกมาว่า “ผมไม่รู้”…การรู้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณไม่รู้ และสามารถยอมรับออกมาได้ตรงๆ เป็นหนึ่งใน skill ที่สำคัญที่สุดที่คุณจะสามารถมีได้

ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง จงอย่ากลัวที่จะยอมรับว่า คุณไม่รู้ หรือยอมรับว่าตัวเองได้ทำพลาดไปแล้ว และที่สำคัญอย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

อาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะบอกจุดด้อยของตัวเอง คุณอาจต้องใช้ความช่วยเหลือจากผู้อื่น ลองคุยกับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานของคุณดูว่า คุณมีจุดด้อยตรงไหนบ้างในความคิดของพวกเขา

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักจะสามารถหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเองได้เสมอ ไม่มีใครไม่เคยทำอะไรผิด ดังนั้นอย่าซีเรียสกับมันมากจนเกินไปและยิ้มรับมันอย่างภาคภูมิ

         3.จงสร้างอนาคตของตัวเอง
“อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราเดินไปหา หากแต่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาต่างหาก”

– Leonard I. Sweet –

 

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น มิได้หวังพึ่งโชคชะตา บางครั้งคุณอาจมองไปที่บางคนแล้วคิดว่า เขาบังเอิญโชคดีที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา…แต่ความจริงนั้น เบื้องหลังความโชคดี คือหยาดเหงื่อ แรงกาย และเวลามากมายที่ทุ่มเทลงไป

 

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ อย่าปล่อยให้อนาคตของคุณขึ้นอยู่กับโชคชะตาและความบังเอิญ…แต่จงตั้งเป้าหมาย วางแผน และลงมือทำ!

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

จะมีคนมากมายที่คิดว่า คุณจะไม่สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้…และหนึ่งในนั้นอาจเป็นตัวคุณเอง

มันเป็นความรับผิดชอบของคุณที่จะพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีพลังบวกที่จะทำให้ตัวคุณเองรู้สึกว่า คุณทำได้ ถ้าคุณพบกับความกลัวและความไม่มั่นใจ เขียนทุกเหตุผลที่ทำให้คุณไม่กล้าลงบนกระดาษ หลังจากนั้นแล้ว ลองเปลี่ยนมุมมองของคุณดูว่า ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเหล่านี้ คุณสามารถมองหาสิ่งที่เป็นบวกจากมันออกมาได้หรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเพิ่งถูกปลดออกจากงาน คุณก็สามารถมองอีกมุมว่า ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เริ่มทำตามความฝันของคุณซะที…อย่าแปลกใจที่ความประหม่าของคุณ จะทำให้ทุกอย่างดูน่ากลัวกว่าที่มันเป็นจริงๆ

        4.อย่าลืมที่จะพัฒนา EQ (ความฉลาดทางอารมณ์) ของตัวเอง

“ชีวิตคือ 10% สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ…และ 90% คุณตอบสนองมันอย่างไร”

– Leonard I. Sweet –

EQ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการมีความสมดุลในชีวิตที่ดี เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัว และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ถ้าคุณอยากจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ อย่าลืมที่จะควบคุมอารมณ์ของคุณให้ได้ อย่ารีบโวยวายแสดงออกเวลาโกรธแล้วมาเสียใจทีหลัง

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

ก่อนที่จะตอบสนองอะไร ลองทิ้งระยะดูซักหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่คุณโกรธหรือโมโห  ให้เวลากับตัวเองได้ดูซักหน่อย…ถ้ากำลังมีการโต้เถียงอะไร ลองเปลี่ยนจากการยืนเป็นการนั่งคุยดู เพราะการนั่งคุยจะทำให้ใจเย็นลง
อีกอย่างที่คุณสามารถทำได้คือ หัดเป็นคนที่เอาใจใส่ เผื่อเวลาไว้ซักนิดให้คุณได้คุยกับเพื่อนร่วมงานของคุณ ถามไถ่สารทุกสุขดิบดูบ้าง แล้วคุณจะพบว่า ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบตัวนั้นจะดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

         5.ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเสมอ
“ดูว่า คนส่วนใหญ่กำลังทำอะไรอยู่ แล้วคุณก็ทำสิ่งที่ตรงข้ามซะ…คุณอาจจะไม่มีวันผิดไปเลยตลอดชีวิต”

– Earl Nightingale-

หลักง่ายๆ คือ ถ้าเรามองว่า คนส่วนใหญ่นั้นไม่นับว่าเป็นคนที่ “ประสบความสำเร็จ” แล้วนั้น…วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ทำอะไรที่ตรงกันข้ามกับที่คนส่วนใหญ่ทำนั่นเอง ความสำเร็จนั้นสามารถมาในหลายรูปแบบ แต่โดยส่วนมากแล้วมันหมายถึงการที่คุณโดดเด่นกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะจากการทำอะไรที่แตกต่าง หรือทำในสิ่งที่เหมือนกันให้ดียิ่งกว่านั่นเอง

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

ทำตัวให้ชินกับความโดดเดี่ยว เพราะไม่แปลกหรอกถ้าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยกับไอเดียของคุณ คุณอาจลองฝึกทำตัวสวนกระแสดู ลองคิดถึงเป้าหมายที่คุณต้องการจะทำให้สำเร็จ แต่คิดถึงเส้นทางอื่นๆ ที่จะไปถึงดู ทำในสิ่งที่คนส่วนมากไม่ได้ทำ อย่าลืมว่า การทำอะไรเหมือนเหมือนเดิม แล้วหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง เป็นเรื่องที่ยากน่าดู

         6.ทำเรื่องงานให้เป็นเรื่องเล่น

“มันจะมีช่วงเวลาที่คุณจะต้องเลือกทำในสิ่งที่ใจคุณเรียกร้อง เลือกงานที่คุณชอบ แล้วคุณจะกระโดดออกจากเตียงทุกเช้าเลยหล่ะ…ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ ที่คุณจะเลือกทำงานที่คุณไม่ชอบ แค่เพราะมันอาจจะดูดีในเรซูเม่ของคุณ”

– Warren Buffet –

คุณชอบงานของคุณหรือเปล่า? คุณรู้สึกมีความสุขไหม ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา อาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน? ถ้าคำตอบของคุณคือไม่..คุณก็ไม่ได้ต่างกับคนส่วนมาก สิ่งนี้จะไม่มีปัญหาเลยถ้าการทำงานเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของชีวิต แต่ความจริงแล้ว ชีวิตการทำงานนั้นกินเวลาของชีวิตเราอย่างมาก และการทำให้การทำให้งานสนุก มันก็เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของคุณ

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

มีอะไรที่คุณสามารถทำให้การทำงานของคุณสนุกขึ้นได้บ้างหรือเปล่า? ออฟฟิศบางแห่งก็มีการเล่นดนตรี หรือเล่นปิงปองเพื่อทำให้บรรยากาศดูสนุกสนานมีชีวิตชีวามากขึ้นได้ มีส่วนไหนในงานที่คุณไม่ชอบ แล้วสามารถให้แบ่งให้คนอื่นทำแทน ในขณะที่คุณมาโฟกัสในงานที่คุณชอบได้หรือไม่?

ถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของคุณได้…คุณเปลี่ยนมุมมองของคุณได้หรือเปล่า ทุกอย่างอาจเกิดขึ้นเพราะคุณกำลังมองทุกอย่างในแง่ลบอยู่ก็ได้  แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคุณไม่แฮปปี้จริงๆ ก็อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนงานใหม่ เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะมานั่งทำงานที่ทำให้เราไม่มีความสุข

        7.เริ่มต้นทุกวันให้ดี

“ยิ้มให้ตัวเองในกระจกทุกเช้า แล้วคุณจะเห็นว่า ผลลัพท์ของมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน”

– Yoko Ono –

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ประโยคนี้เป็นจริงกับทุกอย่างรวมถึงชีวิตประจำวันของคุณด้วย…ถ้าคุณเริ่มต้นวันด้วยความรู้สึกแย่ๆ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ คุณจะต้องเสียเวลาทั้งวันต่อสู้กับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

ลองตื่นเร็วขึ้นซัก 30 นาที แล้วใช้เวลาค่อยๆ ทำกิจวัตรประจำวันของคุณ แทนที่จะทำแบบรีบๆ เพราะกลัวไปทำงานสาย ลองใช้เวลานี้เพื่อตัวเองเช่น ทำอาหารเช้าดีๆ ทานกับครอบครัวของคุณ นั่งสมาธิ หรือออกกำลังกายเบาๆ
หาวิธีผ่อนคลาย ไม่ว่าจะฟังเพลงที่คุณชอบ หรือกินกาแฟแก้วโปรด คุณลองไปถึงออฟฟิศเร็วขึ้นเพื่อทักทายเพื่อนร่วมงานดูซักหน่อย

        8.ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต

“บางคนคิดว่า การยึดติดทำให้เราแกร่ง…แต่บางครั้งมันคือ การปล่อยวางต่างหาก”

–  Hermann Hesse –

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต แต่เราสามารถเปลี่ยนวิธีที่เราคิดถึงและรู้สึกกับมันได้

ทุกคนมีสิ่งที่อยากย้อนกลับไปแก้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่หลุดลอยไปหรือสิ่งที่คุณเคยทำผิดพลาด คุณยังรู้สึกผิดกับเรื่องพวกนี้อยู่ไหม? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ พยายามหาแง่มุมในทุกเหตุการณ์เสมอ

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

เปิดใจที่จะมองย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์ในอดีต เพราะมันอาจส่งผลกระทบถึงคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว เราไม่สามารถก้าวข้ามเหตุการณ์เหล่านั้นได้ ถ้าหากเรายังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ได้…และถ้ามันหมายถึงการที่คุณต้องกลับไป “เคลียร์” เรื่องราวต่างๆ กับบุคคลในอดีต นั่นก็เป็นสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อที่คุณจะสามารถก้าวต่อไปได้

        9.หยุดพักให้เป็น

“ทุกคนมีสิทธิ์จะได้รับวันหยุดพักที่ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหา ไม่ต้องหาคำตอบ…แค่หยุดพักจากปัญหา เพราะปัญหาจะไม่หยุดพักจากเรา”

  • Maya Angelou-

การทำงานอย่างไม่มีการหยุดพักทำให้ร่างกายและสมองของคุณล้า อย่าลืมที่จะหาวันหยุดไปเที่ยวพักผ่อน ถ้าเปรียบการทำงานเหมือนการตัดต้นไม้ คุณก็อย่าลืมที่จะหยุดเพื่อลับขวานคุณบ้าง…การหยุดยาวๆ จะช่วยให้คุณสามารถได้รับมุมมองใหม่ๆ ชาร์จแบตตัวเอง และโฟกัสได้ดีขึ้น

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

คุณอาจนำ Pomodoro Technique ไปปรับใช้ ซึ่งก็คือ ทำงาน 25นาที แล้วหยุดพัก 5 นาที ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยลดความล้าของเราได้จริงๆ

เวลาที่คุณหยุดพักร้อน ทำให้แน่ใจว่า คุณหยุดพักร้อนจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนที่ทำงาน….อย่าลืมที่จะวางแผนล่วงหน้า กระจายงานของคุณให้ดีดี เพื่อที่ว่า งานจะไม่ขาดตอนในระหว่างที่คุณไม่อยู่ อย่ากลัวที่จะปิดโทรศัพท์ของคุณหรือตกลงที่จะเช็คมันเป็นเวลาถ้าต้องทำ เพราะวันหยุดเป็นสิทธิ์ของคุณ

         10.จงเป็นนักเรียนไปตลอดชีวิต
“วันที่คุณหยุดเรียนรู้ คือวันที่คุณเริ่มจะตาย”

– Albert Einstein

การเรียนรู้ ไม่ใช่การกระทำ หรือสิ่งที่ต้องทำ…แต่เป็น กรอบความคิดของคุณ ที่พร้อมจะเปิดรับความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะฟังจากผู้อื่น หรือ ออกไปค้นหาความรู้ด้วยตัวเอง…โลกนั้นคือโรงเรียนแห่งชีวิต ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างให้เราเรียนรู้เหลือเกิน

 

เราจะเอามาปรับใช้ได้อย่างไร?

เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการถามตัวเองในทุกๆ วันว่า วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่บ้าง และเราจะสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง? เป็นสร้าง mindset ที่ดีเพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการเรียนรู้ตลอดเวลา
นอกเหนือจากนี้ คุณอาจลองคิดถึงว่า คุณสามารถไปลงเรียนหลักสูตรใดบ้าง เพื่อช่วยพัฒนาความรู้ของคุณ เช่น คุณอาจไปเรียนต่อด้านบัญชี เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของคุณก็ได้..หรืออาจเป็นอะไรที่สนุกกว่านั้น เช่น ไปเรียนทำอาหาร หรือไปเรียนภาษาของประเทศที่คุณวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยว

 

 

อย่าลืม นำไปลองทำดูกันนะ

พบกันใหม่ กับตอนที่ 2 11-20  เร็วๆ นี้

 

#BeTheVICTOR #CIMBTHAIBank

Related Post :
Share It!