เข้าใจในความต่าง เพื่อสร้างผลงานที่เข้าถึงทุกคน James Choo ผู้กำกับแอนิเมชันชาวฮ่องกง

 

ในปี ค.ศ. 2008 James Choo Sung-Pong ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชันชาวฮ่องกงได้หยิบเอา

แอนิเมชันซีรี่ส์ชื่อดังที่ฉายในจีน อย่าง Pleasant Goat & Big Big Wolf (2009)  มาทำเป็นภาพยนตร์ออกฉายในช่วงวันตรุษจีน ด้วยงบประมาณในการสร้างเพียง 6 ล้านหยวนเท่านั้น แต่ได้รับกระแสตอบรับดีเป็นอย่างมากและทำรายได้สูงถึงเกือบ 100 ล้านหยวน James Choo Sung-Pong จึงตัดสินใจสร้างภาคต่อออกมา Pleasant Goat & Big Big Wolf 2 (2010) ด้วยงบเพียง 1.4 ล้านหยวน และสามารถทำรายได้สูงถึง 128 ล้านหยวน

James Choo Sung-Pong เกิดที่ฮ่องกง เริ่มเข้ามาทำงานในธุรกิจภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 1993 ร่วมผลิตหนังฮ่องกงกว่า 50 เรื่อง ทำหน้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น  Art Director,  Computer Image Design และ Visual Effect Director ให้กับผู้กำกับภาพยนตร์ชั้นนำมากมาย เช่น Ringo Lam, Tsui Hark, Johnnie To, Wong Jing, Ching Siutong, Bennie Chan, Andrew Lau และ Corey Yuen หนังที่เขาเคยทำงานได้แก่ Full Alert (1997),  A True Mob Story (1998), The Tricky Master (1999), The Duel (2000), Running out of Time 2 (2001), Naked Weapon (2002), Infernal Affairs (2002), Heroic Duo (2003), New Police Story (2004), Rob B-Hood (2006) และ Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame (2010) ที่เขาได้รับรางวัล Best Art Direction จาก Hong Kong Film Awards

ผลงานเพียบขนาดนี้  Be the Victor เลยบินไปฮ่องกง เพื่อคุยกับ James Choo Sung-Pong หลังจากที่เขาประชุมโปรเจกต์หนังแอนิเมชันเรื่องใหม่ ร่วมทุนสร้างระหว่าง จีน ฮ่องกง และไทย และก่อนที่จะได้ชมผลงานของเขา เรามาดูสิว่า เขามีความคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการทำงานของเขา

 

-มุมมองต่อความสำเร็จเป็นอย่างไร หลังจากหนังแอนิเมชันเรื่อง Pleasant Goat & Big Big Wolf ทั้ง 2 ภาคทำได้รายสูงมาก?

James Choo : สำหรับผมคำว่า ความสำเร็จนั้นยังห่างไกล แต่ผมรู้สึกว่า อย่างน้อยก็ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความสำเร็จขั้นแรกทั้งนั้น นี่คือสิ่งสำคัญ สำหรับผมนี่คือ ก้าวแรกของผม ถึงแม้ว่าจะยังพูดไม่ได้ว่า ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเดินต่อไป

ถ้าคุณต้องการที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ อันดับแรกต้องทุ่มเท ถ้าคุณไม่มีความจริงใจและกระตือรือร้น ก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ ความจริงใจและความกระตือรือร้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จขั้นแรก

ผมหวังว่า ในอนาคตจะสามารถผลิตผลงานที่แตกต่างได้จริงๆ  หวังว่าจะสามารถนำสิ่งที่หลากหลายต่างๆ ดึงดูดกลุ่มเยาวชน เพื่อที่พวกเขาจะได้วางโทรศัพท์ลงแล้วหันกลับมาคุยกับคนรอบข้างมากขึ้น อย่าให้สื่อดิจิทัลเหล่านี้ผูกมัดตัวคุณ

 

-สิ่งที่สำคัญในการทำหนังคืออะไร?

James Choo : ผมรู้สึกว่า สิ่งที่สำคัญในการทำหนังคือ ต้องมีทัศนคติบางอย่าง คือสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารผ่านหนังเรื่องนั้น ขอเพียงแค่คุณมีความคิดที่ดี มีมุมมอง คุณก็สามารถใช้หนังบอกต่อหรือถ่ายทอดความรู้สึก นั่นคือ สิ่งที่ผมอยากจะทำตลอดมา

ต้องมีวิธีถ่ายทอดความคิดความรู้สึกต่างๆ และถ่ายทอดความหมายของความคิด ความรู้สึกและคุณค่าที่มีผลกระทบกับคนสมัยนี้ ทำให้ผู้ชมในวันนี้เข้าใจในเนื้อหาที่คุณต้องการจะสื่อสาร ถ้าหากไม่มีปัจจัยสำคัญพวกนี้อาจจะไม่สามารถแสดงออกในเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณต้องมีคือ หัวข้อที่ดี จากนั้นค่อยสร้างเรื่องราวที่พิเศษขึ้นมา ใช้มุมมองของเรื่องราวที่แตกต่าง แล้วค่อยบรรยายให้ผู้ชมได้รับรู้  สร้างความน่าสนใจและทำให้ผู้ชมที่คล้อยตามไปกับคุณมากขึ้นๆ

 

-ข้อแตกต่างระหว่างการทำหนังแอนิเมชันกับหนังธรรมดาคืออะไร?

James Choo : ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างหนังแอนิเมชันและหนังธรรมดาก็คือ ตัวละครมันไม่ใช่ของจริง ผู้กำกับฯ จะทำอย่างไรที่จะให้นักแสดงที่ไม่มีตัวตนสื่อสารเรื่องราวออกไปได้ โชคดีที่ Pleasant Goat & Big Big Wolf เคยถูกฉายทางทีวีไปแล้วหลายร้อยตอนและตัวละครก็มีชีวิตขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ในช่วงการพยายามสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้นมานั้นผมต้องจินตนาการว่า กำลังคุยกับตัวละครจำลองเหล่านี้ ลองดูซิว่า จะสามารถทำให้พวกเขาแสดงนิสัยอะไรบางอย่างออกมาให้เด่นชัดขึ้นได้หรือไม่?

การถ่ายคนจริงน่าจะได้ก็เป็นทางเลือกที่แตกต่างเพราะได้เห็นการแสดงที่แตกต่างกัน แต่การ์ตูนทำไม่ได้ การ์ตูนขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการให้ตัวละครตัวนี้แสดงอารมณ์อย่างไรออกมาที่ให้ผู้ชมได้รู้ว่า มันต้องการจะบอกอะไร? มันเกี่ยวกับอะไร?

ข้อแตกต่างอีกข้อคือ การ์ตูนต้องใช้เวลาที่ยาวนานมากในการผลิต  ในแต่ละวันคุณเห็น การ์ตูนเคลื่อนไหวเป็นภาพได้น้อยมาก แต่คนจริงๆ ถ่ายหนังในแต่ละวันมีกล้องจับภาพเป็นหลายตัว อุปกรณ์ที่ครบครัน แต่การ์ตูนทำไม่ได้ ในทุกๆ วัน ใช้เวลานานในการสร้างการเคลื่อนไหวออกมา ต้องใช้ความอดทนสูงมากๆ และยังมีอีกหนึ่งที่สำคัญคือ มีความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างมากถึงจะทำออกมาสำเร็จได้

 

-มีวิธีก้าวข้ามเวลาเจอปัญหาหนักๆ ระหว่างการทำงานได้อย่างไร?

James Choo : ปัญหาที่เป็นอุปสรรคในระหว่างการทำงานมักจะเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคน ดังนั้นผมคิดว่า เราต้องใช้เวลามากในการเรียนรู้ เรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคน เพราะมันมีผลกระทบการผลิตภาพยนตร์และทำให้งานไปต่อไม่ได้

ผมจำได้ว่า มีครั้งหนึ่งที่เพื่อนร่วมทำงานด้วยกันคนหนึ่งทำให้ผมไม่อยากที่จะทำต่อ ทำให้ผม อยากเลิกจริงๆ แต่สุดท้ายแล้วผมคิดได้ว่า ถ้าผมเลิกทำสิ่งๆ นี้ ก็จะไม่มีผลงานแบบนี้ออกมา ดังนั้นในที่สุดผมคิดได้ว่า ปัญหาระหว่างคนเป็นอะไรที่แก้ไขได้  ถ้าผมแก้ไขให้ตัวเองกลับมามีความกระตือรือร้นไม่ได้ หนังก็จะทำออกมาไม่ได้ ก็จะไปไม่ถึงจุดที่ผมอยากจะก้าวไปให้ถึง

 

-มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งระหว่างคนอย่างไร?  

James Choo : ทุกคนมีความคิดเห็นได้และอาจจะขัดแย้ง หลายๆ ครั้งที่ผมจะค่อนข้างใจเย็น ผมจะมองข้อดีของฝ่ายตรงข้ามว่า ต้องการแสดงความคิดเห็นแบบไหน? ด้วยการวิเคราะห์ดูว่า เป็นความคิดเห็นของเขาที่ผิดหรือเป็นผมที่ไม่อยากเข้าใจความคิดเห็นของเขา หรือเขามีความคิดที่ดีกว่ามาให้ผมหรือเปล่า ผมจะมองหาความถนัดของเขาแล้วดึงออกมา ทิ้งข้อเสียของเขาไป จากนั้นค่อยผสมกับความคิดเห็นของผม แล้วผมจะเล่าความคิดของผมให้เขาฟัง จนทุกคนเห็นด้วยและสามารถทำให้มันออกมาตามที่เป็นไปได้

ผมทำงานกับผู้ร่วมงานมากมายจากทั้งฮ่องกงและจีน มันมีความยากเสมอตอนที่ต้องทำงาน กับวัฒนธรรมที่แตกต่าง คุณต้องถอดรหัสการทำงานกับคนจีนก่อน ก่อนที่คุณจะเริ่มคิดว่า สามารถใส่ไอเดียของคุณลงไปตรงไหนได้บ้าง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ผมตื้นตันมากที่สุดคือ การที่ความพยายามฝ่าฟันของทีมงานทุกคนที่ร่วมมือกันสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ออกมา Pleasant Goat & Big Big Wolf ไม่ใช่แค่หนังแอนิเมชันจีนที่ทำรายได้สูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจอีกด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด ผมได้พิสูจน์แล้วว่า ประสบการณ์หลายปีในวงการหนังฮ่องกง ทำให้เราสามารถสร้างทีมงานทำหนังคุณภาพขึ้นมา และพวกเขาทุกคนก็ช่วยยกระดับวงการหนังแอนิเมชันของจีน

 

-ทำอย่างไรให้นักลงทุนเข้าใจจินตนาการของเรา?  

James Choo :  หลายครั้งที่ผมเจอปัญหาเกี่ยวกับตัวหนังสือและภาษา รูปภาพเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เป็นวิธีที่สะดวกมากและผมใช้เพื่อถ่ายทอดความคิดของผม รูปภาพสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่พวกเราให้นักลงทุนดูบทภาพยนตร์ จะมีรูปภาพที่แสดงสิ่งที่เราต้องการสื่อสารและให้คุณค่าในหนังเรื่องนั้นประกอบไปด้วย มันสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึก และทำให้ทุกคนที่ร่วมงานกับเราเข้าใจ ทั้งนักลงทุน ผู้อำนวยการผลิต ทีมงานฝ่ายต่างๆ เห็นภาพเดียวกันทั้งหมด

 

-เคยทำงานกับทีมงานคนไทยไหม?

James Choo :  สิบปีที่แล้วไปถ่ายหนังที่กรุงเทพฯ 2 เรื่อง มี  Andrew Lau เป็นผู้กำกับฯ สไตล์การกำกับฯ ของ Andrew Lau คือ ต้องเร็วและต้องการประสิทธิภาพสูง ตอนนั้นผมไปที่เมืองไทยเพื่อหาทีมของตัวเอง ผมกังวลว่า ไม่รู้ว่า คนไทยทำงานช้าหรือไม่ช้า เพราะเวลาผมไปเที่ยวรู้สึกได้ว่า ทุกคนดูสบายๆ มากๆ  แต่ในที่สุดค้นพบว่า พวกเขาทำงานกันอย่างทุ่มเทมากๆ  มีอีกสิ่งหนึ่งที่เด่นและผมชอบมากคือ ไม่ว่าจะทำอะไรพวกเขาจะใส่ความคิดของตัวเองเข้าไปด้วย นี่คือเหตุการณ์ที่ผมความประทับใจมากๆ ผมกับเพื่อนคนไทยเหล่านี้กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้ว จนถึงวันนี้ผมกับทุกคนก็ยังติดต่อกันอยู่  ผมยังคงรอคอยที่จะได้ร่วมมือกับคนไทยทำอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ ทำหนังที่สนุกๆ ออกมาอีกครั้งครับ

Related Post :
Share It!