มีไอเดียหนึ่งที่คิดว่า พวกเราทุกคนบนโลกนั้นเชื่อมต่อถึงกันแค่ 6 ช่วงคน แปลว่า คุณก็จะสามารถเชื่อมต่อกับใครก็ได้บนโลกแค่คนรู้จักของคนรู้จักของคนรู้จักไป 6 ทอด

Be the Victor ขอเสนอแนวคิดการเชื่อมต่อทางสังคมที่ชื่อ ทฤษฏี Six Degrees of Separation  หรือ 6 ช่วงคนถูกคิดค้นขึ้นโดยนักจิตวิทยาสังคม Stanley Milgram เมื่อปีค.ศ. 1960 โดยที่เขาตั้งโจทย์คำถามขึ้นมาชื่อว่า “ปัญหาโลกใบเล็ก” พร้อมสมมุติฐานว่า ทุกคนบนโลกนี้นั้นถูกเชื่อมต่อกันด้วยคนรู้จักเพียงไม่กี่ทอด เพื่อเป็นการทดสอบทฤษฏีของเขา เขาก็ได้ลองส่งซองจดหมายไปหาคนที่เขาไม่รู้จักเลย และภายในซองนั้นก็มีเพียงมีคำสั่งให้ส่งจดหมายนี้ต่อไปจนถึงผู้รับอีกคนที่เป็นคนที่เขาไม่รู้จักเลยเช่นกัน โดยมีข้อแม้ว่า จะสามารถส่งซองจดหมายนี้ต่อให้กับคนรู้จักเท่านั้น จุดประสงค์ก็เพื่อดูว่า มันจะต้องผ่านคนกี่ทอดจึงจะไปถึงมือผู้รับคนสุดท้าย

เมื่อ Milgram มาไล่ดูจดหมายที่ส่งมาถึงผู้รับคนสุดท้าย เขาก็พบว่า ส่วนมากแล้วถูกส่งผ่านมากันประมาณ 6 ทอด มันจึงกลายเป็นความเชื่อว่า คนทุกคนบนโลกนั้นห่างกันไม่เกิน 6 ทอดนั่นเอง

เครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้นมา -การเชื่อมต่อจากเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนที่ช่วยเชื่อมคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่รู้จักกัน – เป็นสิ่งแรกที่บอกกับ Stanley Milgram นักจิตวิทยาสังคมผู้อยู่เบื้องหลังการทดลองนี้ว่า เขากำลังจะค้นพบความจริงที่น่าตื่นเต้น ที่ช่วยให้คนเข้าใจถึงลักษณะของเครือข่ายทางสังคมมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ก่อนหน้าการทดลองนี้บางคนก็เดาว่า คำตอบน่าจะเป็น 100 ช่วงคน บางคนก็ว่า 1,000 ช่วงคน หรือแม้แต่คำตอบว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ ก็มีให้เห็น

นอกจากเรื่องเครือข่ายสังคม หรือ Social Network แล้วการทดลองของ Milgram ยังช่วยให้เราเข้าใจถึงปรากฏการณ์อื่นๆ ด้วย เช่น โรคติดต่อสามารถเดินทางข้ามทวีปในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร? ทำไมวิกฤติเศรษฐกิจที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันถึงสามารถสร้างปัญหาให้ตลาดหุ้นทั่วโลก? หรือแม้กระทั่งข่าวปลอมจาก Russia สามารถส่งผลถึงการเลือกตั้งใน America ได้อย่างไร?

นักคิดหลายคนก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า คนสองคนที่ไม่รู้จักกันจะสามารถถูกเชื่อมต่อกันได้อย่างไร? คอนเซ็ปต์ของ Six Degrees of Separation ในหลายๆ ครั้งก็ถูกนำไปเชื่อมกับบทความที่ถูกเขียนขึ้นในปีค.ศ. 1929 โดยนักเขียนชาวฮังกาเรี่ยน Frigyes Karinthy นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการทดลองของ Milgram เกิดขึ้น ก็ยังมีนักคณิตศาสตร์ Manfred Kochen ที่เคยประมาณไว้ว่า ประชากรกว่า 50% นั้นสามารถถูกเชื่อมต่อกันด้วยคนกลางไม่เกินสองคน

อย่างไรก็ดี Milgram นั้นเป็นคนแรกที่ทดสอบไอเดียโลกใบเล็ก ด้วยการทดลองในโลกแห่งความจริง เขาใช้เงินทั้งหมด $680 ในการส่งซองจดหมายสีน้ำตาลออกไปตามจังหวัดต่างๆ ซองจดหมายแต่ละอันที่ส่งไปนั้นจะมีชื่อและรายละเอียดพื้นฐานของผู้รับคนสุดท้าย รวมถึง Postcards ที่จ่าหน้าซองแล้วสำหรับส่งคืนให้กับ Milgram เพื่อที่เขาจะสามารถติดตามได้ว่า ตอนนี้ซองจดหมายถูกส่งไปให้ใครแล้ว ผู้เข้าร่วมการทดลองแต่ละคนถูกขอร้องให้ส่งซองจดหมายต่อให้กับคนที่เขารู้จักดี เพื่อให้ซองไปถึงผู้รับคนสุดท้ายให้ได้

ซองจดหมายหลายซองที่ส่งออกไปนั้นก็หายสาบสูญ หลายๆ คนที่ได้รับไม่ได้ทำตามคำสั่งแล้วส่งต่อ แต่สำหรับซองที่สุดท้ายแล้วไปถึงผู้รับคนสุดท้ายนั้น ผ่านคนกลางเพียง 2 ถึง 10 คน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5 คนเท่านั้น

Milgram เขียนสรุปผลการทดลองโลกใบเล็กของเขาในปีค.ศ.1967 ไว้ว่า “แม้ว่าหลายๆ การทดลองที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้พยายามบอกว่า คนหนึ่งคนนั้นโดดเดี่ยวแค่ไหนในโลก แต่ว่าการทดลองโลกใบเล็กครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเราทุกคนถูกเชื่อมต่อด้วยโครงสร้างทางสังคมที่ใกล้ชิดกัน”

มันน่าตื่นเต้นที่จะคิดว่า พวกเราทุกคนนั้นถูกเชื่อมต่อกันโดยที่บางครั้งเราก็อาจจะไม่รู้ตัว ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกที่การทดลองโลกใบเล็กนี้จะแสดงให้เห็นในสิ่งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ไอเดียโลกใบเล็กเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้นก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง Six Degrees of Separation ของผู้กำกับ John Guare “ผมอ่านมาจากที่ไหนซักที่ว่า ทุกคนบนโลกถูกเชื่อมต่อกันโดยคนไม่เกิน 6 คน เพียง 6 คนเท่านั้น ระหว่างเรากับใครก็ตามบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา หรือคนพายเรือจากอิตาลี ใครก็ได้”

Guare บอกกับ New York Times ว่า เขาเคยได้อ่านการทดลองของ Milgram ในหนังสือ Psychology Today และถึงแม้ว่า Milgram ไม่เคยพูดชื่อ Six Degrees of Separation โดยตรง แต่ Guare ก็ทำให้ชื่อนี้คุ้นหูคนทั้งโลกได้ ผ่านฝีมือของนักแสดง Kevin Bacon น่าตลกที่ Bacon นั้นเคยแสดงในหนังหลายเรื่องเหลือเกิน ซึ่งนั่นทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อเขากับนักแสดงคนใดก็ได้บนโลกภายในไม่เกิน 6 ช่วงคน จนคนนำไปล้อกันเป็นทฤษฎี Six Degrees of Kevin Bacon ต้องขอบคุณความสำเร็จของหนังเรื่องนั้นที่ทำให้คนธรรมดาๆ ได้รู้จักกับคอนเซ็ปต์นี้มากขึ้น

 

เรื่องของ Six Degrees of Separation ก็วนกลับมาสู่วงการวิทยาศาสตร์จนได้

Duncan Watts ผู้เป็นนักคณิตศาสตร์ นักทฤษฎีเครือข่าย และผู้เขียนหนังสือ Six Degrees: The Science of a Connected Age ร่วมมือกับนักคณิตศาสตร์อีกท่าน Steven Strogatz และเริ่มศึกษาการทำงานของเครือข่าย และก็ได้สร้างโมเดลขึ้นมาอธิบายทฤษฏีโลกใบเล็ก พวกเขาใช้ระบบเครือข่ายไฟฟ้า การทำงานของระบบประสาทของไส้เดือน และความเชื่อมต่อกันของดาราฮอลลีวู้ด มาใช้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า โลกใบนี้เล็กแค่ไหน สิ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ ถ้าคุณมีจุดเชื่อมต่อระยะทางไกลแค่เพียงจุดเดียว มันจะสามารถทำให้ทั้งระบบใกล้ชิดกันเข้ามาเยอะอย่างแทบไม่น่าเชื่อ

Strogatz ยกตัวอย่างจากตัวของเขาเองว่า เขารู้จักคนมากมายในย่าน Ithaca เพราะว่าเขาเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่แถวนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีเพื่อนอยู่ที่ Holland ที่มักเล่นหมากรุกออนไลน์ด้วยกัน นี่เป็นลิงค์ที่ทำให้ Strogatz เองเชื่อมต่อกับ Holland ทั้งประเทศ

“มันเป็นธรรมชาติของเครือข่ายที่จะต้องเล็กในระดับนึง..แต่ถ้าคุณมีจุดเชื่อมต่อดีๆ ซักอัน หรือเส้นทางลัดซักทางแล้วหละก็มันจะทำให้โลกทั้งใบเล็กลงอย่างไม่น่าเชื่อ”

แต่ทฤษฏีโลกใบเล็กของ Milgram ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนค้าน หนึ่งในนั้นคือ ศาสตราจารย์ Judith Kleinfield แห่ง University of Fairbanks in Alaska ผู้แย้งว่า การทดลองนี้ถูกตั้งกรอบเพื่อบิดเบือนคำตอบของการทดลอง เพราะมันไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อที่ข้ามเชื้อชาติและสถานะทางสังคม และนอกเหนือไปกว่านั้น มีซองจดหมายสีน้ำตาลในการทดลองมากมายที่หายสาบสูญไปและไม่เคยไปถึงมือผู้รับคนสุดท้าย

อย่างไรก็ดี Watts แย้งว่า แม้การทดลองของ Milgram จะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างในหลายๆ จุด แต่ผลการทดลองของเขาก็ได้ถูกยืนยันในการทดลองต่อๆ มา Watts ได้ทำการทดลองโลกใบเล็กขึ้นอีกครั้งในปีค.ศ. 2000 แต่ครั้งนี้ผ่านการใช้ e-mail แทน มีผู้ร่วมการทดลองกว่า 60,000 คน พร้อมผู้รับที่มาจากหลากหลายอาชีพ จากกว่า 13 ประเทศทั่วโลก ผลการทดลองครั้งใหม่นี้ ยืนยันให้เห็นว่า ส่วนมากแล้วคนถูกเชื่อมต่อกันด้วย 5 ถึง 7 ช่วงคน

ต่อมาในปีค.ศ. 2009 Watts ก็ได้ทำการทดลองนี้อีกครั้ง ผ่านการใช้จดหมายลูกโซ่ และพบว่า ราวๆ ครึ่งหนึ่งของจดหมายนั้นสามารถถึงมือผู้รับปลายทางได้ใน 6-7 ช่วง ในปีค.ศ. 2011 Facebook ก็ได้ทำการทดลองคล้ายๆ กันและพบว่า ค่าเฉลี่ยของผู้ใช้ Facebook นั้นอยู่ที่ 4.57 ช่วงคน

จริงๆ แล้วมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นว่า คำตอบที่แท้จริงคือ ตัวเลขเท่าไหร่กันแน่ สิ่งที่สำคัญคือ ทุกการทดลองแสดงให้เราเห็นว่า จำนวนช่วงคนที่อยู่ตรงกลางนั้นช่างเป็นตัวเลขที่เล็กเหลือเกิน Watt กล่าวว่า “ประเด็นสำคัญคือ ตัวเลขนั้นมันไม่ใช่ 900,000 ไม่ใช่หลักพัน หรือแม้กระทั่งหลักร้อย..เราพบว่า มันเป็นตัวเลขที่น้อยกว่า 10 และมากกว่า 2”

ในขณะที่ Milgram สรุปการทดลองของเขาด้วยการพูดถึงความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันของมนุษยชาติ แต่นักทฤษฏีเครือข่ายอีกหลายๆ คนกลับบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปที่พวกเราอยู่ร่วมกันบนโลกใบเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่จำให้ขึ้นใจว่า พวกเราทุกคนนั้นอยู่บนเรือลำเดียวกัน

ลองนึกถึงปรากฏการณ์การระบาดของโรคเอดส์เป็นตัวอย่าง “ทำไมคนถึงไม่สนใจมัน? เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันไกลตัวน่ะสิ” Watts กล่าว สำหรับชาวอเมริกันในตอนแรกมองว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่ระบาดในแอฟริกา หรือในกลุ่มคนรักร่วมเพศ หรือแม้กระทั่งคนที่เสพยา และคนก็มองข้ามอันตรายของมัน จนกระทั่งมันระบาดหนักจนไม่สามารถมองข้ามได้แล้ว

ความอันตรายของโลกใบเล็กนั้นจึงอยู่ที่ว่า แม้เราจะถูกเชื่อมต่อกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ยังสนใจแต่เรื่องเล็กๆ รอบตัวเราเท่านั้น และไม่สามารถมองภาพใหญ่ของสังคมได้ เราสนใจเพื่อนและครอบครัวของเรา บางครั้งเราก็สนใจไปถึงเพื่อนของเพื่อนด้วย แต่อะไรก็ตามที่ห่างเราเกิน 2 ช่วงคนไปแล้ว ก็มีค่าแค่คนที่เราไม่รู้จักสำหรับเรา

    ในฐานะมนุษย์แล้ว เราไม่ค่อยเก่งเรื่องด้านการทำความเข้าใจกับการเติบโตแบบเลขยกกำลังซักเท่าไหร่ มันทำให้เราไม่สามารถเข้าใจได้ว่า การกระทำของเรานั้นส่งแรงกระเพื่อมออกไปไกลขนาดไหน” Kleinberg กล่าวต่อไปอีกว่า “ลองนึกถึงข่าวปลอมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน นึกถึงว่า เรื่องราวเหล่านี้ส่งผลถึงการเลือกตั้งในอเมริกาอย่างไรบ้าง ทุกวันนี้ Social Media ถูกใช้เป็นอาวุธ คนเราสามารถทำลายชื่อเสียงของคนที่อยู่ห่างไปอีกซีกโลกหนึ่งได้ด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัส มันเหมือนเรากำลังทำการทดลองทาง Social Media ที่บ้าคลั่ง พวกเราทุกคนถูกเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายของโลก แต่เรากลับไม่รู้เลยว่า เรากำลังทำอะไรอยู่? และผลกระทบของมันมีอะไรบ้าง?”

แต่ถึงแม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นและอาจไม่ได้รับผลกระทบของมันโดยตรง แต่คุณก็แย้งไม่ได้ว่า  เครือข่ายนี้มันอยู่รอบตัวคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเครือข่ายนี้มันมีแค่ 6 ช่วงคน ทุกการกระทำของคุณมันยิ่งจะมีผลลัพธ์ที่ใหญ่หลวง และคุณจะต้องให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก นั่นแหละ คือสิ่งที่ Milgram พยายามจะบอกเรา

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว…การสร้างความสัมพันธ์ การเชื่อมต่อ และอยู่ร่วมกันบนโลกเล็กๆ ใบนี้ จะง่ายก็ง่าย จะยากก็ยาก เพราะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อการไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ฝันไว้ของคุณไม่น้อย Be the Victor ขอเป็นกำลังใจ

Related Post :
Share It!