“ชายคนนี้คือโคตรตำนานที่ยังมีชีวิต เรื่องนี้เถียงไม่ได้ด้วยซ้ำ” – นิตยสาร Rolling Stone

 

แม้คุณอาจยังไม่รู้จัก Ryuichi Sakamoto แต่เชื่อเถอะ…เราไม่ได้เว่อร์เลย ถ้าจะบอกว่า Ryuichi Sakamoto คือหนึ่งในนักดนตรีที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และยาวมาจนถึงต้นศตวรรษที่ 21 โปรดิวเซอร์ นักเปียโน นักแต่งเพลง และ conceptualist จากญี่ปุ่นผู้นี้ได้โฟกัสทุกอย่างที่เขามีในการสร้างสรรค์ดนตรี ที่ทั้งสด ใหม่ แปลก และฉุดกระชาก กว่า 40 ปีมาแล้วที่ชื่อและผลงานของเขายังคงทอดเงาปกคลุมวงการเพลงสมัยใหม่ และได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลก

ในช่วงเริ่มต้นยุค 80  เขาร่วมกับศิลปินมากฝีมืออีก 2 คน ก่อตั้งวง synthetic-pop ชื่อ Yellow Magic Orchestra

ปี 1983 เขาได้รับรางวัล BAFTA จากการประพันธ์ดนตรีประกอบให้กับภาพยนตร์เรื่อง Merry Christmas, Mr. Lawrence ซึ่งเขาได้ร่วมแสดงคู่กับ David Bowie นับเป็นภาพยนตร์เปิดตัวของเขาทั้งในฐานะนักแสดงและนักประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์ เพลงธีมหลักชื่อ “Forbidden Colours” ได้กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วโลกและยังคงถูกนำมาเปิดเล่นจนถึงทุกวันนี้

ในปี 1987 ได้รับรางวัล Oscar , Golden Globe , Grammy จากดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor

ในปี 1990 ได้รับรางวัล Golden Globe จากดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Sheltering Sky

นอกจากนี้แล้ว Sakamoto ยังได้ทำดนตรีประกอบให้กับการ์ตูน Anime และ เกมส์อีกหลายเกมส์ ในปี 2009 เขาก็ได้รับรางวัล Order des Arts et des Lettres จากกระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศส สำหรับผลงานมากมายที่เขามอบให้ต่อวงการเพลง

โปรเจกต์ล่าสุดของเขา async Remodels อัลบั้มเดี่ยวของเขานับตั้งแต่ถูกตรวจพบว่า เป็นมะเร็งหลอดอาหารในปี 2014  Sakamoto ได้จัดการรวบรวมศิลปิน electronic หัวก้าวหน้ามากมายใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงในอัลบั้ม ผลของมันนั้นน่าหลงใหล ลื่นหู และยิ่งใหญ่เหลือเกิน นับเป็นงานที่หยิบเอาความเชื่อเดิมๆ ต่ออัลบั้ม remix โยนออกนอกหน้าต่างไปซะหมดสิ้น

อย่างไรก็ดี Sakamoto พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า “การนั่งฟังเพลงหรือเล่นดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายและสนุก แต่การ “ทำเพลง” นั้น มาพร้อมกับความยากที่แตกต่างกัน”

Be the Victor ขอนำบางส่วนของบทสัมภาษณ์ มาให้ทุกคนได้รู้จักกับศิลปินอัจฉริยะผู้ซึ่งยังคงใช้เวลาทั้งชีวิตในการตามหาเสียง

 

คุณต้องฝืนใจตัวเองให้ทำเพลงบ้างไหม?

ถ้าเลือกได้ผมอยากแต่งเพลงไปจนตายเลยแหละ แต่มันก็มีบางช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้จริงๆ อย่างตอนหลังเหตุการณ์ 9/11 ผมไม่สามารถแต่งเพลงได้อีกเป็นเดือนเลย หรือตอนหลังญี่ปุ่นโดนสึนามิถล่มในปี 2011 ก็เหมือนกัน แล้วก็ตอนหลังจากที่ผมเป็นมะเร็งก็ด้วย แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นผมก็พยายามจะฟังเพลงทุกๆ วัน ลองเล่นนู่นเล่นนี่บนเปียโน แล้วก็จิบกาแฟไปเรื่อยๆ

 

แต่ดนตรีคือความสุขใช่ไหม?

การเล่นดนตรี หรือแค่นั่งฟังเฉยๆ มันเป็นเรื่องง่าย

แต่การ “ทำเพลง” จริงๆ นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง และมันมีด้านที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความสุข มันมีความยากลำบากเต็มไปหมด

บางครั้งเหตุการณ์รอบตัวก็ทำให้เราไม่สามารถทำเพลงได้ แต่บางครั้งปัญหาก็มาจากภายในของเราเอง บางวันผมก็รู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีกำลัง พอคุณเริ่มแก่ตัวลง คุณก็จะเจอกับเรื่องนี้บ่อยมากขึ้น แต่เพลงนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขตจำกัดจินตนาการ

 

ตอนที่คุณอยู่ในวง Yellow Magic Orchestra คุณเคยคิดไหมว่าจะประสบความสำเร็จมากขนาดนี้?

ตอนที่ผมยังหนุ่มๆ ผมไม่เคยคิดถึงวันถัดไปเลย ผมใช้ชีวิตแค่เพื่อคืนนี้เท่านั้น ดังนั้นผมเลยไม่เคยคิดเลยว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร หรือจะประสบความสำเร็จไหม ผมคิดแค่ว่า ผมมีความสุขในสิ่งที่ผมทำ

พอแก่ตัวมาผมจึงเริ่มคิดถึงอนาคต แต่อนาคตของผมคือวันพรุ่งนี้ หรือเดือนหน้าเท่านั้น ไม่ได้ไกลเกินกว่านั้น

ผมคิดว่า ผมโชคดี ที่เป็นคนที่มีความสุข ผมเป็นคนคิดบวกมาตลอด หรือบางทีอาจเป็นเพราะผมเลือกจะไม่สนใจเรื่องที่ไม่ค่อยดี ผมไม่เคยนั่งเศร้านั่งหงอยเลย อาจจะยกเว้นตอนเป็นมะเร็งอย่างเดียวนี่แหละ

 

คุณคิดว่า คุณได้รับความเคารพในวงการเพราะคุณเป็นคนคิดบวกหรือเปล่า?

เป็นไปได้นะ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเพราะผมไม่เคยรู้สึกพอใจต่างหาก ผมมักจะหงุดหงิดกับงานของตัวเองเสมอ แม้กระทั่งอัลบั้มล่าสุดของผม async ผมมีความสุขมากๆ นะตอนทำมันเสร็จซักที แต่ความสุขนั้นอยู่แค่ไม่กี่วัน ไม่เกินอาทิตย์นึง หลังจากนั้นผมก็กลับมาหงุดหงิดอีกแล้ว ผมอยากทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

คุณฟังงานของตัวเองเยอะไหม?

ผมตอบแบบนี้ก็แล้วกัน มันเหมือนคุณกำลังเดินทางอยู่ในที่ใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน คุณมีแผนที่ในมือ และไม่อยากจะเดินวนกลับไปในที่ที่คุณเคยอยู่ คุณอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ได้อยากเดินอยู่ที่เดิม

 

นั่นคือเหตุผลที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณมักไปร่วมงานกับศิลปินคนอื่นด้วยหรือเปล่า?

นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักเลย ผมสนใจในคนที่มีความสามารถที่ไม่เหมือนผม มีไอเดียต่างจากผม มองโลกไม่เหมือนผม

ผมอยากได้คนมาแย้ง ถ้ามีคนที่คิดเหมือนผม มีความสามารถเหมือนผม ชอบอะไรเหมือนผม…แล้วผมจะไปร่วมงานกับเขาทำไม ผมทำเองก็ได้ สิ่งที่ผมอยากได้คือความแตกต่าง

 

ทำไมศิลปินทั่วโลกหลากหลายแนวถึงมองคุณเป็นแรงบันดาลใจและอยากร่วมงานกับคุณ?

ทุกๆ วันตลอดชีวิตของผม ตั้งแต่ผมเด็กๆ ผมจะนั่งฟังเพลงเสมอ ทุกวันเลย ทั้งคลาสสิค ร็อค ป๊อป หรือแม้แต่เพลงพื้นบ้าน ผมฟังหมดตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวนิดเดียว แนวเพลงของผมไม่ใช่แนวใดแนวหนึ่ง แต่ผมอยากก้าวข้ามพรหมแดนของเพลงทุกแขนง บางครั้งผมก็เล่นกับเครื่องดนตรีคลาสสิค บางครั้งผมก็ใช้แต่เสียงที่สังเคราะห์ขึ้นจากคอมพิวเตอร์ ผมคิดว่า มันมีศิลปินไม่มากนักที่เลือกเดินทางนี้ นี่อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

 

เมื่อคุณเริ่มมีอายุมากขึ้น คุณเคยคิดไหมครับว่า คนจะมองผลงานของคุณอย่างไรถ้าวันหนึ่งคุณจากไป?

ผมคิดถึงมันบ้างนะ แต่บางครั้งเวลาผมนึกถึงเพลงที่อยู่ได้ชั่วชีวิต ผมมักจะนึกถึง John Lennon หรือ Pierre Boulez ผมคิดว่า ต่อให้ผ่านไปอีก 100 ปี คนก็ยังฟัง John Lennon อยู่

แต่ถ้าของผมหรือครับ? ผมขอแค่ 30 ปีก็ดีใจแล้ว

 

นี่เป็นเหตุผลที่คุณแต่งเพลงหรือเปล่า? เพื่อทิ้งมรดกให้ศิลปินรุ่นต่อๆ ไปหรือสร้างตำนานให้กับตัวเอง

บอกตามตรงผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย มันคงดีนะครับ แต่ผมไม่ได้ mind ถ้างานของผมจะถูกลืมไปพร้อมๆกับที่ผมจากโลกนี้ไป มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่ถ้างานของผมเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังได้…ผมคิดว่าผมคงดีใจมากแน่ๆ

 

แม้จะโลดแล่นอยู่บนทางเดินสายดนตรีมาแล้วกว่า 40 ปี…กวาดรางวัลมามากมาย แม้จะต้องต่อสู้กับโรคร้ายแต่ Ryuichi Sakamoto ก็ยังคงตามหา “เสียง” ของเขาอยู่ทุกวัน

Be the Victor

Related Post :
Share It!